เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. ว่าที่ประชุมอนุมัติในหลักการร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ โดยให้เก็บภาษีสรรพสามิตเพิ่มจากสุรา เบียร์ และยาสูบ โดยจะจัดสรรในอัตรา 2% ของภาษีที่จัดเก็บไปเป็นรายได้ของกองทุนผู้สูงอายุ ปีละไม่เกิน 4 พันล้านบาท เนื่องจากรายได้ของกองทุนผู้สูงอายุไม่เพียงพอต่อการดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ทั้งนี้ อาจจะส่งผลให้ราคาขายปลีกสุราและยาสูบเพิ่มขึ้น จากการสำรวจพบว่ามีผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยมากถึง 2.3 ล้านคน จากผู้สูงอายุทั้งหมด 3.5 ล้านคน และหลังจากเปิดให้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยแล้ว คาดว่าจะมีผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยราว 3 ล้านคน มีรายได้ไม่เพียงพอ จากการรับเงินสวัสดิการจากรัฐแบบขั้นบันได 600-900 บาท/เดือน
” สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุฉบับนี้กำหนดให้กองทุนมีอำนาจจัดเก็บเงินบำรุงกองทุนจากผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิตที่เกี่ยวกับสินค้าสุราและยาสูบในอัตราร้อยละ 2 ของภาษีที่เก็บจากสุราและยาสูบ เพื่อจัดสรรให้เป็นรายได้ของกองทุนปีงบประมาณละไม่เกิน 4 พันล้านบาท โดยให้กรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรเป็นผู้ดำเนินการเรียกเก็บเงินบำรุงกองทุนเพื่อนำส่งเป็นรายได้ของกองทุน”นายกอบศักดิ์กล่าว

