หน้าแรก เศรษฐกิจ ธปท.ชี้เศรษฐก...

ธปท.ชี้เศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาส2ดีกว่าไตรมาสก่อน นทท.จีนเพิ่มต่อเนื่อง อสังหาฯซบเซา คาดครึ่งปีหลังค่อยๆปรับตัวดีขึ้น

2.08.17 | 14:35 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 สิงหาคม นายสิงห์ชัย บุณยโยธิน ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานภาคเหนือ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แถลงภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคเหนือ ไตรมาส 2 ปี 2560 ณ ห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์ ธปท. สำนักงานภาคเหนือ อ.เมืองเชียงใหม่ ว่า เศรษฐกิจไตรมาส 2 ปรับตัวดีขึ้นกว่าไตรมาสก่อน โดยมีผลผลิตข้าวนาปรังที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ทำให้ปริมาณการสีข้าวเพิ่มขึ้น ผลผลิตน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นซึ่งดีต่อการแปรรูป ผลผลิตลำไยออกมาก แต่ราคากลับตกต่ำลง

“สิ่งที่ผิดคาดคือ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้จะอยู่นอกฤดูกาลท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่ผ่านด่านท่าอากาศยานเชียงใหม่ที่เติบโตจากไตรมาสแรก 3.7% เป็น 6% ในไตรมาส 2 ส่งผลดีต่ออัตราการเข้าพักโรงแรมและภัตตาคาร และตลาดการจัดประชุมสัมมนาที่ยังขยับตัวได้ดีในกลุ่มคนไทย”

อย่างไรก็ตาม นายสิงห์ชัยกล่าวว่า สิ่งที่น่าจับตาคือ ยอดโอนอสังหาริมทรัพย์ยังซบเซาเพราะผู้ซื้อมีน้อย ทำให้อสังหาริมทรัพย์ทั้งบ้านและคอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างไว้ขายไม่ได้ โครงการใหม่ๆ เปิดตัวไม่มาก ในขณะที่การเบิกจ่ายงบกลุ่มจังหวัดทั้งภาคเหนือจำนวน 15,839 ล้านบาท มีการเบิกจ่ายในไตรมาส 2 เพียง 8.8% เนื่องจากความล่าช้า แต่คาดว่าไตรมาส 3 น่าจะดีขึ้นจากการจัดซื้อจัดจ้าง

“ส่วนอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มีการขยายตัวตามการส่งออกของตลาดเอเชียและเยอรมนี มีการนำเข้าเครื่องจักรมากขึ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออก แต่การส่งออกชายแดนกลับหดตัวทั้งเมียนมาที่สินค้าอุปกรณ์มือถือและน้ำตาลลดลง ส่วนลาวมีความเข้มงวดและตรวจสอบคุณภาพอาหาร โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ที่ส่งออกไปทางด้านแม่น้ำโขง ในขณะที่การบริโภคภาคเอกชนยังมีการใช้จ่ายที่ไม่ดี แม้สินค้าหมวดรถยนต์จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรก -9.1% เป็น 13.2% และจักรยานยนต์จะเพิ่มขึ้นจาก -0.3% เป็น 11.2% แต่ก็มาจากการทำโปรโมชั่นลดราคาและขายในกลุ่มที่มีรายได้ประจำและภาคธุรกิจ ซึ่งไม่ใช่เกษตรกร”

นายสิงห์ชัยกล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส 3-4 น่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น โดยมีปัจจัยหลายตัวจากเศรษฐกิจโลก และท่องเที่ยวที่ยังมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 4 ที่เข้าสู่ไฮซีซั่น ซึ่งจะทำให้ภาคการท่องเที่ยวของภาคเหนือยังน่าจะดีอยู่ ในขณะที่ต้องตามดูการใช้จ่ายการบริโภค อสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนที่ยังทรงตัว

Advertisement