หน้าแรก เศรษฐกิจ 4ค่ายยักษ์รถย...

4ค่ายยักษ์รถยนต์ยาหอมใช้ไทยเป็นฮับรถยนต์แห่งอนาคต

7.03.16 | 16:37 น.

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 มีนาคม นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้นำผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ 4 บริษัท คือ โตโยต้า อิซูซุ นิสสัน และฮอนด้า เข้าพบพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และทีมเศรษฐกิจ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตามโครงการ Prime Minister Meets CEOs-2nd Series เพื่อหารือแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรคในการดำเนินธุรกิจในไทย และมีการแจ้งให้ทราบถึงนโยบายเศรษฐกิจ การค้าการลงทุนของรัฐบาล

“บริษัทที่ร่วมประชุมมีสัดส่วนการส่งออกรถยนต์รวมกัน 58% ของการส่งออกรถทั้งหมดของไทย ทุกบริษัทยืนยันจะยังลงทุนอยู่ในไทย ไม่ไปไหน และสนใจจะขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์แห่งอนาคต เช่น รถยนต์ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งทางภาคเอกชนได้ขอให้ภาครัฐปลดล็อคอุปสรรคทางการค้าและลงทุน เช่น การลดภาษีนำเข้า มีมาตรการส่งเสริมการลงทุน เป็นต้น ให้สามารถนำรถยนต์แห่งอนาคตเข้ามาขายในไทยได้ ซึ่งเป็นการทดสอบตลาด หากได้รับการตอบรับที่ดี ก็จะมีโอกาสลงทุนในไทยและส่งขายต่างประเทศได้ ซึ่งทำให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) รถยนต์แห่งอนาคตในเอเชีย โดยเฉพาะอาเซียน” นางสาวชุติมากล่าว และว่า โดยปกติบริษัทรถยนต์บางแห่งจะมีการลงทุนในไทยเพิ่มปีละ 1 พันล้านบาท หากมีมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์แห่งอนาคตออกมาเป็นรูปธรรมได้ เชื่อว่าจะทำให้การลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมากแน่นอน

นางสาวชุติมา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีระบุว่าอยากให้โครงการรถยนต์แห่งอนาคตเกิดขึ้นโดยเร็วคือต้องการเห็นการลงทุนภายในปี 2560 และให้ทำแผนพัฒนาร่วมกันสำหรับ 5 ปี และ 20 ปี โดยได้มอบกระทรวงอุตสาหกรรมให้เป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดนโยบายรถแห่งอนาคต และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงอุตฯ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม เป็นต้น หารือร่วมกันอีกครั้งถึงการส่งเสริมการลงทุนรถยนต์แห่งอนาคตว่าจะสามารถดำเนินการเรื่องใดได้ก่อนบ้าง รวมทั้งการส่งเสริมอุตสาหกรรมดังกล่าวจะต้องสอดคล้องกับนโยบายรัฐที่จะลดภาวะก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นไปตามข้อผูกพันระหว่างประเทศ และเป็นไปตามแผนการลงทุนของบริษัทต่างๆ เช่นกันที่ต้องการผลิตรถยนต์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ต้องการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น อย่างเชื้อเพลิงชีวภาพ เอทานอล ซึ่งจะช่วยดึงราคาและหาตลาดให้ผลผลิตสินค้าเกษตรไทยที่สำคัญ เช่น ปาล์มน้ำมัน อ้อย ได้มากขึ้น