หน้าแรก เศรษฐกิจ เงินบาทยังแข็...

เงินบาทยังแข็งค่า กสิกรฯคาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 33.10-33.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ

6.08.17 | 08:03 น.
แฟ้มภาพ

“เงินบาทยังแข็งค่า ขณะที่ตลาดหุ้นไทยลดลงเล็กน้อย ท่ามกลางแรงขายของต่างชาติต่อเนื่อง”

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทยังคงขยับแข็งค่าต่อ เงินบาทเคลื่อนไหวใกล้ระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 ปี 3 เดือนที่ 33.23/33.24 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางสัญญาณที่สะท้อนว่า มีกระแสเงินทุนไหลเข้า โดยนักลงทุนต่างชาติมีสถานะซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 4.5 หมื่นล้านบาทในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 31 ก.ค.-4 ส.ค. ขณะที่ ทิศทางของเงินดอลลาร์ฯ ยังคงเผชิญแรงกดดันเป็นระยะจากความไม่แน่นอนของการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ และประเด็นทางการเมืองภายในประเทศ

สำหรับในวันศุกร์ (4 ก.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 33.24 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้า (27 ก.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (7-11 ส.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.10-33.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของตลาดน่าจะอยู่ที่ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐฯ ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญอื่นๆ ประกอบด้วย ดัชนีราคาผู้บริโภค และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ค. รวมถึงตัวเลขสต็อกสินค้าภาคค้าส่งเดือนมิ.ย. นอกจากนี้ นักลงทุนอาจมีจุดสนใจเพิ่มเติมที่ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศของจีนในเดือนก.ค. ด้วยเช่นกัน

Advertisement

ส่วนตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,578.26 ลดลง 0.18% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นประมาณ 5.21% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 42,278.32 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ปิดที่ 555.44 จุด ลดลง 0.54% จากสัปดาห์ก่อน

ดัชนีตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีแรงกดดันอื่นๆเป็นจังหวะตลอดสัปดาห์ อาทิ เผชิญกับความกังวลต่อประเด็นทางการเมือง และผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่สร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มธนาคารที่อาจต้องรับมือกับปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ทั้งนี้ แม้ตลาดหุ้นไทยจะมีแรงหนุนเข้ามาเป็นระยะจากหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลขนาดใหญ่ และแรงซื้อตามรอบการประกาศตัวเลขงบการเงินของบจ. แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะหนุนตลาดให้ขยับขึ้นในภาพรวม

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (7-11 ส.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,565 และ 1,555 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,590 และ 1,600 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ทิศทางราคาน้ำมัน และตัวเลขงบการเงินไตรมาส 2/2560 ของบริษัทจดทะเบียน ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ค. ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ก.ค. ของจีน และประเทศในแถบยุโรป รวมถึงดัชนีราคาที่อยู่อาศัยของสหราชอาณาจักร