ช่อง 3 แจงให้สรยุทธทำพิธีกรอีก 2 วัน เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด-กสทช.ชี้เป็นกรณีศึกษาต่อไปต้องดูแลจริยธรรมสื่อด้วย
พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ด้านกำกับผังและเนื้อหารายการ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับผังรายการและเนื้อหารายการ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 มีนาคม คณะอนุกรรมการฯ ได้เชิญผู้บริหารจากสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 มาชี้แจง กรณีนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการข่าวและกรรมการผู้จัดการบริษัท ไร่ส้ม จำกัด เหมาะสมที่จะทำหน้าที่ต่อไปหรือไม่ ภายหลังถูกศาลตัดสินให้มีความผิดหลังทำให้ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เสียหายกว่า 138 ล้านบาท โดยทางตัวแทนจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ได้ให้เหตุผลว่าแม้ศาลตัดสินแล้วแต่ยังให้นายสรยุทธทำหน้าที่ต่ออีก 2 วัน เนื่องจากนายสรยุทธ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของทางช่อง เป็นเพียงผู้ผลิตรายการให้ จึงคิดว่าในเมื่อคดียังไม่สิ้นสุดจึงน่าสามารถทำหน้าที่ต่อได้ ประกอบกับทางช่อง 3 กับนายสรยุทธ ทำงานกันมานานดูแลกันเหมือนคนในครอบครัว
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นทางช่อง 3 จึงได้เรียกนายสรยุทธมาพูดคุย ทั้ง 2 ฝ่าย จึงตกลงกันได้โดยให้นายสรยุทธยุติบทบาทการทำหน้าที่สื่อไปก่อนจนกว่าคดีจะสิ้นสุด ทั้งนี้ เมื่อช่อง 3 ชี้แจงดังนี้ ทางอนุกรรมการฯจึงไม่สานต่อ และไม่ต้องการถามเหตุผลว่าเพราะอะไร โดยถือว่าเรื่องนี้จบแล้ว แม้ว่าช่อง 3 ได้ตัดสินใจเรื่องนี้ช้า แต่ก็ถือว่าทำถูกต้องแล้ว
พล.ท.พีระพงษ์กล่าวว่า สำหรับกรณีของนายสรยุทธ ถือเป็นกรณีศึกษาที่อนุกรรมการฯ ต้องติดตามอย่างต่อเนื่องในการกำกับดูแลสื่ออื่นด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านจริยธรรม เพราะที่ประชุมมีมติเห็นว่าสื่อก็เหมือนกับตำรวจ แม้ว่ากฎหมายจะระบุไว้ว่า คดียังไม่สิ้นสุด ผู้ต้องหาถือเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ตาม แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานตำรวจ แม้ตำรวจที่โดนสอบสวนเข้าข่ายอาจมีความผิด ก็สั่งพักงานตำรวจ เพียงแค่ถูกกล่าวหา แม้ว่าคดีจะยังไม่สิ้นสุด สื่อก็เช่นกันถึงจะไม่ใช่ผู้ที่ถือปืน แต่ก็ต้องมีจริยธรรม สื่อเป็นผู้มีอิทธิพล เพราะสื่อสามารถเลือกข่าวได้ จึงควรจะมีมาตรฐานเทียบเคียงกับตำรวจ ดังนั้น ช่องซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตจาก กสทช. ก็ต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน ในฐานะผู้ที่คัดเลือกบุคคลเข้ามาดำเนินรายการหรือผลิตรายการให้
“เรื่องนี้ไม่ได้ผิดกฎหมายข้อไหน แต่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมและจรรยาบรรณ ดังนั้น สื่อที่มีคดี ก็ไม่ควรทำหน้าที่จนกว่าคดีจะสิ้นสุด” พล.ท.พีระพงษ์กล่าว
พล.ท.พีระพงษ์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเรื่องจริยธรรม และจรรยาบรรณถือเป็นเรื่องใหม่ที่ กสทช.ไม่เคยเจอ ดังนั้น สิ่งที่ กสทช.จะทำต่อไป คือการออกหลักเกณฑ์ ที่ว่าเจ้าของธุรกิจสื่อหรือแม้แต่เจ้าของบริษัทรับจ้างผลิตไม่ควรทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการข่าวเองด้วย เพราะสามารถพูดสนับสนุนสินค้าหรือบริการชนิดใดชนิดหนึ่งได้ ที่สำคัญ ในสื่อสากลไม่มีที่ไหนเขาทำกัน อนุกรรมการฯจึงต้องทำงานร่วมกับองค์กรวิชาชีพสื่อเพื่อสร้างหลักเกณฑ์ หรือ ประกาศ เพื่อควบคุมสื่อ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีหลักเกณฑ์ใดๆ มาควบคุมอย่างชัดเจน ส่วนจะเห็นเป็นร่างประกาศเมื่อไหร่นั้น ยังตอบไม่ได้ คงต้องใช้เวลา และต้องนำเรื่องเสนอที่ประชุม กสท.ก่อนว่าจะมีมติเป็นในทิศทางใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการหารือระหว่างคณะอนุกรรมการฯ กับสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ทางคณะอนุกรรมการฯ ได้เชิญนายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ ปฏิบัติการแทนรักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด มาหารือในเวลา 14.30 น. ที่สำนักงาน กสทช. แต่เมื่อถึงเวลานายสุรินทร์ไม่ได้เดินทางมา มีเพียงนางนิมะ ราชิดี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และนางอรุโณชา ภาณุพันธุ์ ที่เดินทางมาชี้แจงเรื่อง ละครกำไลมาศ อยู่แล้ว ซึ่งทางคณะอนุกรรมการฯจึงได้สอบถามเรื่องนายสรยุทธกับตัวแทนดังกล่าวแทนนายสุรินทร์

