หน้าแรก เศรษฐกิจ โออิชิทุ่ม1.4...

โออิชิทุ่ม1.4พันล.ขยายไลน์ผลิตชาเพิ่ม-มั่นใจมีน้ำเพียงพอในการผลิตสินค้า

7.03.16 | 20:22 น.

นายมารุต บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการปี 2558 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 12,879 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปี 2557 โดยแบ่งเป็น รายได้จากธุรกิจอาหาร 6,572 ล้านบาท ติดลบ 0.5% เมื่อเทียบกับปี 2557 เนื่องจากการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจไทย กอปรกับเหตุการณ์ระเบิดบริเวณสี่แยกราชประสงค์ในช่วงปลายปี 2558 ทำให้ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค ขณะที่รายได้จากธุรกิจเครื่องดื่มอยู่ที่ 6,307 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปี 2557 เพราะได้รับปัจจัยบวกจากการสร้างความเข้มแข็งของแบรนด์ การจัดกิจกรรมทางการตลาด และการเติบโตของเครื่องดื่มชาเขียวรสผลไม้ ซึ่งถือเป็นสินค้าใหม่ของบริษัท มีการขยายตัวสูงถึง 16% เมื่อเทียบกับเครื่องดื่มชาเขียวประเภทอื่นๆที่ติดลบทั้งหมด อาทิ ชาประเภทฟังก์ชั่นแนลดริงก์ซึ่งติดลบสูงถึง 43% ชาผสมนม ติดลบถึง 42% และชาเขียวรสดั้งเดิม ติดลบ 3% ซึ่งเมื่อคิดเป็นกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 712 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับปี 2557

นายมารุต กล่าวว่า สำหรับรายได้ ปี 2559 คาดว่าจะอยู่ที่ 14,000 ล้านบาท หรือขยายตัวเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปี 2558 โดยแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจอาหาร 7,000 ล้านบาท และธุรกิจเครื่องดื่ม 7,000 ล้านบาท พร้อมกับได้เตรียมงบในลงทุนเพิ่มกว่า 1,480 ล้านบาท เพื่อขยายไลน์การผลิตเครื่องดื่มที่ 4 ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถผลิตเครื่องดื่มได้เพิ่มขึ้น 15 ล้านขวด/เดือน หรือเพิ่มขึ้น 20% จากกำลังการผลิตทั้งหมด รวมทั้งเตรียมขยายสาขาในกลุ่มธุรกิจอาหารเพิ่มเติม โดยเฉพาะร้านชาบูชิ ซึ่งคาดว่าจะมีการขยายเพิ่มอีก 33 สาขาในประเทศไทย อีก 2 สาขาในประเทศพม่า และเข้าไปเปิดตลาดในประเทศลาว

“ทั้งนี้สถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้น คาดว่าโออิชิไม่น่าจะได้รับผลกระทบ เนื่องโออิชิได้รับคำยื่นยันจากผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมนวนคร และอมตะนคร ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานแล้วว่า จะสามารถบริหารจัดการการใช้น้ำของทุกโรงงานในนิคมได้อย่างเพียงพอ และจะไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อใช้อุตสาหกรรมการผลิตแต่อย่างใด รวมทั้งโออิชิก็ได้มีการเตรียมความพร้อม ประเมินความเสี่ยง และติดตามสถานการณ์ในทุกๆปีอยู่แล้ว จึงเชื่อว่าปีนี้ก็น่าจะบริหารจัดการน้ำได้เช่นเดียวกับทุกปี ส่วนผลกระทบจากภัยแล้งจะกระทบกับกำลังซื้อหรือไม่นั้น ในขณะนี้ยังเป็นสิ่งที่ตอบยาก”นายมารุต กล่าว