นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(บอร์ดอีอีซี) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(บอร์ดบริหารอีอีซี)ที่มี นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ว่า ที่ประชุมรับทราบผลการศึกษาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ประกอบด้วย อู่ตะเภา สุวรรณภูมิ ดอนเมือง แบบไร้รอยต่อ ของกระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) ภายใต้วงเงินศึกษา 100 ล้านบาท โดยสรุปวงเงินลงทุนใหม่จำนวน 280,000 ล้านบาท เพิ่มจากคาดการณ์เดิมของบอร์ดอีอีซีจำนวน 158,000 ล้านบาท
โดยกรอบวงเงินลงทุนใหม่นี้กำหนดรูปแบบให้เอกชนลงทุนทั้งหมด ประกอบด้วย การลงทุนก่อสร้างและให้บริการรถไฟความเร็วสูงประมาณ 200,000 ล้านบาท และรัฐลงทุนพัฒนาสถานีมักกะสัน และพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณสถานีรถไฟความเร็วสูงอื่นอีกประมาณ 80,000 ล้านบาท กำหนดราคาค่าโดยสาร 500 บาทต่อเที่ยวสำหรับเส้นทางด่วนพิเศษดอนเมือง-อู่ตะเภา และ 300 บาทต่อเที่ยวสำหรับเส้นทางด่วนพิเศษสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา นอกจากนี้ยังมีรถธรรมดาจอด 10 สถานีระหว่างทาง ขณะที่ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเขตนอกเมือง และ160 กิโลเมตรที่ผ่านกรุงเทพชั้นใน โดยโครงการรถไฟความเร็วสูงนี้จะสามารถประกาศเชิญชวนนักลงทุนได้ภายในปลายปี 2560

