ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หรือเอิร์ธได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 เนื่องจากบริษัทมีหนี้สินมากกว่าสินทรัพย์จากกรณีที่มีคู่ค้ายื่นฟ้องบริษัทเป็นยอดหนี้รวมทั้งสิ้นกว่า 26,000 ล้านบาท ต่อมาเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2560 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งให้เอิร์ธมีผู้สอบบัญชีตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (สเปเชียลออดิท) เกี่ยวกับที่มา ความมีอยู่จริง และสถานะของมูลหนี้ดังกล่าว เนื่องจากหนี้สินที่เพิ่มขึ้นมีจำนวนสูงถึง 1.21 เท่า ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินของเอิร์ธเป็นอย่างมาก ประกอบกับที่มาและสถานะของหนี้สินดังกล่าวยังคลุมเครือไม่ชัดเจน อาจมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นในวงกว้าง หรือมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนได้ โดยให้ส่งผลการตรวจสอบต่อสำนักงานก.ล.ต.พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 30 วัน และให้นำส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหนี้สินดังกล่าวต่อสำนักงานก.ล.ต. ภายใน 5 วันทำการ
และตามที่สำนักงานก.ล.ต.ได้เคยสั่งให้เอิร์ธจัดให้มีสเปเชียลออดิท เพื่อรายการเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าและเงินจองสิทธิในการซื้อสินค้า ซึ่งปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้นำส่งผลการจัดทำสเปเชียลออดิท และยังมิได้ชี้แจงข้อมูลตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถามได้ครบถ้วนและชัดเจน ดังนั้นตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงยังคงเครื่องหมายห้ามการซื้อขายหุ้นจดทะเบียนชั่วคราว (SP) และขึ้นเครื่องหมายบริษัทจดทะเบียนมีข้อมูลที่ต้องรายงาน และตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างรอข้อมูลจากบริษัท (NP) จนกว่าบริษัทจะนำส่งผลการทำผู้สอบบัญชีตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษและมีคำชี้แจงตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถามได้ครบถ้วนและชัดเจน เนื่องจากเป็นข้อมูลสำคัญที่อาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท และเป็นสารสนเทศสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุน

