นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด เปิดเผยว่าแนวโน้มตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังปีนี้จะแกว่งตัวในกรอบ (ไซด์เวย์) ถึงแม้เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ดีเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ตามมุมมองของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2560 สามารถขยายตัวได้ 3.6% จากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวได้ดี การใช้จ่ายภาครัฐยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งการลงทุนภาครัฐยังคงสามารถเบิกจ่ายได้ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำเป็นอานิสงส์เชิงบวกในด้านต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ในขณะที่ภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวต่อเนื่องได้แรงหนุนหลักจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน มาเลเซีย และตะวันออกกลาง ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทย แม้ว่าจะมีความผันผวนบางขณะ
“ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงเน้นการลงทุนหุ้นรายตัว โดยเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นในกลุ่มการเงิน กลุ่มการแพทย์ ก่อสร้างและอาหาร เนื่องจากภาคธนาคารน่าจะปล่อยกู้น้อยลง ซึ่งจะส่งผลให้ผู้บริโภคต้องพึ่งพาเงินกู้จากนอนแบงก์เพิ่มขึ้น และเป็นผลดีกับหุ้นในกลุ่มธุรกิจเช่าซื้อหรือสินเชื่อส่วนบุคคล ขณะที่รัฐบาลยังจำเป็นต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับการขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง” นายจุมพลกล่าว
นายจุมพลกล่าวว่า และในส่วนการจ่ายเงินปันผลและรับขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติจำนวน 8 กองทุนไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานั้น ในส่วนของการบริหารกองทุนใหม่ที่เพิ่งจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ก็มีผลงานเป็นที่น่าพอใจ ขณะเดียวกันการลงทุนในกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ในครึ่งปีหลังของปีนี้ ทั้งการลงทุนใน Global REITs และ Thailand & Singapore REITs คาดว่าจะได้รับผลดีจากการขยายตัวของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อทั่วโลก ซึ่งจะเป็นปัจจัยเกื้อหนุนต่อการปรับขึ้นอัตราค่าเช่าของ REITs โดยประเมินอัตราค่าเช่าของ Global REITs และ Thailand & Singapore REITs จะปรับขึ้น 4-5% และ 2-3% ตามลำดับ ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากค่าเช่า คาดว่าจะอยู่ที่ 3-5% และ 5-6% ตามลำดับ จากผลการดำเนินงานวันที่ 30 มิถุนายน 2560

