นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ยอดเงินนำส่งรายได้แผ่นดินสะสมในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 (ตุลาคม 2559 – กรกฎาคม 2560) มีจำนวน 142,806 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายจำนวน 24,889 ล้านบาท หรือคิดเป็น 21%
นายเอกนิติ กล่าวว่า ประเมินว่าจนถึงเดือนกันยายน หรือ สิ้นปีงบ 2560 สคร.จะสามารถจัดเก็บรายได้แผ่นดินสูงกว่าเป้าหมายการจัดเก็บตามเอกสารงบประมาณ 2560 ที่กำหนดไว้ 131,000 ล้านบาท ประมาณ 25,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้แผ่นดินที่ดีขึ้น ส่งผลในการช่วยรักษาเสถียรภาพการคลังให้แก่ประเทศอีกด้วย
“ทีมงานสคร.เกาะติดการจัดเก็บรายได้รัฐวิสาหกิจอย่างใกล้ชิด เป็นผลให้ช่วง 2 ปีงบประมาณที่ผ่านมา การจัดเก็บรายได้เกินเป้าหมายโดยตลอด ปีงบ 2559 เก็บได้เกินเป้าหมาย 1.3 หมื่นล้านบาท ในปีงบ 2560 นี้คาดว่าจะเกินเป้า 2.5 หมื่นล้านบาท เป็นผลจากฝีมือไม่ได้มีการเรียกเก็บรายได้พิเศษเพิ่มอย่างในปีงบ 2558 มีการเรียกเงินรายได้เพิ่มเติม 3.3 หมื่นล้านบาท ในปีงบ 2561 วางเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 1.37 แสนล้านบาท”นายเอกนิติ กล่าว
ด้านนายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สคร. ในฐานะโฆษก สคร. กล่าวว่า สาเหตุหลักที่รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้แผ่นดินสูงกว่าเป้าหมายในช่วง 10 เดือนแรก เนื่องจากประสิทธิภาพการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจที่เพิ่มขึ้นซึ่งมีส่วนทำให้ผลประกอบการของรัฐวิสาหกิจดีขึ้น โดยรัฐวิสาหกิจที่มียอดเงินนำส่งรายได้แผ่นดินสะสม 10 เดือนแรกสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 25,540 ล้านบาท การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) 21,660 ล้านบาท บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 14,599 ล้านบาท ธนาคารออมสิน 13,118 ล้านบาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 11,384 ล้านบาท

