นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยจะสนับสนุนสินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรลูกค้า เพื่อให้มีค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตและค่าใช้จ่ายจำเป็นฉุกเฉิน เช่น ค่าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น ค่าซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สิน ค่าซ่อมเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ค่าใช้จ่ายในการทำการเกษตรรอบใหม่ โดยตั้งเป้าช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ 200,000 ราย วงเงินสินเชื่อ 10,000 ล้านบาท กำหนดวงเงินกู้สูงสุดตามความจำเป็นแต่ละรายไม่เกิน 50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือน ในเดือนที่ 7 เป็นต้นไป คิดดอกเบี้ยในอัตราลูกค้ารายย่อยชั้นดี(MRR) ซึ่งในปัจจุบันเท่ากับ 7% ต่อปี กำหนดชำระคืนแล้วเสร็จไม่เกิน 3 ปี นับตั้งแต่วันกู้ สำหรับเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยสามารถติดต่อขอสินเชื่อได้ที่ ธ.ก.ส.สาขาในพื้นที่ ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2560
นายอภิรมย์กล่าวว่า สำหรับการจ่ายเงินเยียวยาครอบครัวละ 3,000 บาท ให้กับเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วมตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยใช้เงินงบประมาณจากภาครัฐนั้น ธ.ก.ส.พร้อมทำหน้าที่เป็นแคชเชียร์ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ตามรายชื่อและเลขที่บัญชีที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แจ้งมา ซึ่ง ธ.ก.ส.พร้อมดำเนินการทันทีเมื่อได้รับรายชื่อ
นายอภิรมย์กล่าวต่อว่า จากอิทธิพลพายุดีเปรสชั่นเซินกา ทำให้เกิดวิกฤตน้ำท่วมในพื้นที่ 44 จังหวัด ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตร ก่อนหน้านี้ ธ.ก.ส.มีมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรลูกค้า โดยมาตรการเร่งด่วนที่ ธ.ก.ส.ดำเนินการไปคือ มอบหมายให้พนักงานในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยออกเยี่ยมเยียนลูกค้าและนำถุงยังชีพไปมอบเพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้น รวมถึงให้กำลังใจแก่เกษตรกรลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สำหรับภาระหนี้สินเดิมที่เกษตรกรลูกค้ามีอยู่กับ ธ.ก.ส.นั้น ธนาคารจะผ่อนผันการชำระหนี้ออกไปให้ไม่เกิน 12 เดือน โดยไม่คิดดอกเบี้ยปรับ ส่วนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ร่วมโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2560 เมื่อสำรวจพื้นที่การเกษตรแล้วพบว่ามีความเสียหายเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์จะได้รับความคุ้มครองไร่ละ 1,260 บาท

