นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า แผนการลงทุนในช่วง 5 ปี (2560-2564) จะเน้นดำเนินธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป แม้รัฐบาลจะมีนโยบายเปิดเสรีนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ทาง ปตท. ยังมั่นใจที่จะแข่งขันอยู่ในธุรกิจนี้แน่นอน โดยจากประสบการณ์จะจัดหาแอลเอ็นจีเข้ามาแข่งขันในราคาถูกได้ แม้รัฐบาลจะมอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และเปิดให้เอกเชนรายอื่นเข้ามาแข่งขันมากขึ้น ขณะเดียวกันปตท.จะดำเนินการแยกการจัดทำบัญชีในส่วนของการบริหารท่อก๊าซเพื่อให้มีผู้นำเข้ารายอื่นเข้ามาใช้ท่อรองรับการเปิดเสรีแอลเอ็นจีในอนาคต
นายเทวินทร์กล่าวว่า สำหรับธุรกิจน้ำมันแม้ปัจจุบัน ปตท.จะมีสัดส่วนกำไรไม่มาก และแนวโน้มการใช้รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเข้ามาแทนที่ แต่ ปตท. ยังมั่นใจว่าจะสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ที่ 40% เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ โดยธุรกิจน้ำมันยังคงเป็นรายได้หลักของบริษัท ประกอบกับยังมีแผนลงทุนสถานีบริการน้ำมันในต่างประเทศ อาทิ ลาว กัมพูชา และฟิลิปปินส์
ในส่วนของธุรกิจระบบกักเก็บไฟฟ้าสำรองที่ทั่วโลกให้ความสนใจ ได้ให้บริษัทลูกของปตท.ร่วมมือกับบริษัทแบตเตอรี่ชั้นนำของสหรัฐอเมริกาลงทุนผลิตแบตเตอรี่ราคาถูกแต่มีศักยภาพสูง เพื่อสามารถรองรับการกักเก็บไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งในบ้านเรือนและรถยนต์ไฟฟ้า
นอกจากนี้ ปตท.ยังเน้นการปรับปรุงโรงกลั่นและปิโตรเคมี และลงทุนในธุรกิจใหม่ อาทิ อุตสาหกรรมชีวภาพ หุ่นยนต์อุตสาหกรรม รวมทั้ง โครงการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเล่ย์ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซีไอ) จ.ระยอง เพื่อรองรับการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)

