น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนาแปลงใหญ่ประชารัฐ นาที่ได้รับมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (จีเอพี) และนาอินทรีย์ ที่อำเภอท่าตูม อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ ว่า นาแปลงใหญ่และการยกระดับการปลูกข้าวไปสู่ข้าวคุณภาพตามมาตรฐานจีเอพีและข้าวอินทรีย์ ถือเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ ที่มุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง ร่วมกันบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มอำนาจต่อรองทางการตลาด ใช้ตลาดนำการผลิต โดยกระทรวงเกษตรฯจะสนับสนุนด้านองค์ความรู้ในการลดต้นทุน/เพิ่มผลผลิต เมล็ดพันธุ์คุณภาพดี ส่งเสริมให้ใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรกลมาช่วยในการผลิต โดยจัดทำแปลงสาธิตเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้เกษตรกรมาร่วมปรับเปลี่ยนสู่การทำนาในรูปแบบใหม่ และบูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนให้การดำเนินงานในพื้นที่เกิดผลเป็นรูปธรรม เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและเกิดความมั่นคงในอาชีพได้อย่างยั่งยืน
น.ส.ชุติมา กล่าวว่า ในปี 2560 มีการดำเนินงานนาแปลงใหญ่ในภาพรวม จำนวน 1,175 แปลง พื้นที่รวมทั้งสิ้น 1.7 ล้านไร่ เกษตรกร 130,543 ราย 75,450 ราย โดยจังหวัดสุรินทร์มีการดำเนินโครงการส่งเสริมนาแปลงใหญ่ จำนวน 144 แปลง รวมพื้นที่ 230,887 ไร่ เกษตรกร 16,526 ราย ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ยังได้หารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ โดยมุ่งเน้นเชื่อมโยงตลาดข้าวคุณภาพในจังหวัดสุรินทร์ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพให้เกิดการร้อยห่วงโซ่การค้าข้าวคุณธรรมระหว่างผู้ประกอบการกับกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตข้าวอินทรีย์และข้าวจีเอพีอย่างแท้จริง จึงอยากเชิญชวนผู้ประกอบการร่วมโครงการนี้ เพื่อส่งเสริมการผลิตข้าวที่มีคุณภาพปลอดภัยและช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

