นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า จีดีพีในไตรมาส 2/2560 ขยายตัว 3.7% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 3.3% และถือเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 17 ไตรมาส ทำให้ครึ่งปีแรกจีดีพีขยายตัว 3.5% จากปัจจัยบวกสาขาเกษตรกรรมขยายตัว 15.8% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 5.7% เนื่องจากปัญหาภัยแล้งคลี่คลายทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรขยายตัว 16.8% โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของข้าวเปลือกนาปรัง ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน และไม้ผล ส่วนภาคการส่งออก ขยายตัว 8% จากการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญ คือ จีน สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น รวมถึงราคาสินค้าตลาดโลกเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ การลงทุนรวมขยายตัว 0.4% จากการลงทุนภาคเอกชนกลับมาขยายตัวเป็นบวกอีกครั้ง ที่ 3.2% หลังติดลบต่อเนื่อง 4 ไตรมาส ซึ่งเป็นผลจากการลงทุนหมวดเครื่องมือเครื่องจักรขยายตัว 3.2% หมวดก่อสร้างขยายตัว 3.1% แต่การลงทุนภาครัฐกลับมาติดลบอีกครั้งที่ 7% ผลจากการลงทุนของรัฐบาลที่ติดลบถึง 18.2% สอดคล้องกับการลดลงของการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนที่ 17.7% และอัตราการเบิกจ่ายอยู่ระดับต่ำเพียง 14.3% ต่ำกว่าเป้าหมายกำหนดไว้ที่ 22% โดยส่วนหนึ่งจากการเร่งเบิกจ่ายก่อนหน้านี้ที่ติดขัดในขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ และการจัดซื้อจัดจ้าง แต่อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการเบิกจ่ายจะเร่งตัวขึ้นและสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่การลงทุนของรัฐวิสาหกิจขยายตัว 20.5% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 17%
สำหรับด้านการบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 3% ปัจจัยจากการปรับตัวดีขึ้นของรายได้ครัวเรือนภาคเกษตร การส่งออก และการท่องเที่ยว สอดคล้องกับปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่งขยายตัว 13.9% รถจักรยานยนต์ขยายตัว 8.2% ดัชนีภาษีมูลค่าเพิ่มหมวดโรงแรมและภัตตาคารขยายตัว 6.5% ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 64.3 การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาลขยายตัว 2.7% เพิ่มจาก 0.3% ขณะที่สาขาโรงแรมและภัตตาคารขยายตัว 7.5% เพิ่มจาก 5.3% ส่วนรายรับรวมจากการท่องเที่ยว 6.25 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.4%
“เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2560 ถือว่าฟื้นตัวต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นได้จากการหลายบริษัทเริ่มจ้างงานนอกเวลา (โอที) เพิ่มขึ้น แต่บริษัทขนาดกลางและเล็กยังไม่พบการจ้างงานเพิ่มขึ้นมากนัก น้ำท่วมภาคอีสานจะกระทบเพียงระยะสั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อจีดีพีรวมของไทย จากตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 ปีนี้ดีขึ้น ทำให้ สศช.ปรับเพิ่มจีดีพีทั้งปีนี้เป็น 3.5-4% และมีค่ากลางที่ 3.7% จากครั้งก่อนตั้งเป้าช่วง 3.3-3.8% และมีค่ากลางที่ 3.5% ปัจจัยจากการปรับตัวดีขึ้นของการส่งออก การลงทุนภาครัฐ และ การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง”
นายปรเมธีกล่าวอีกว่า การขยายตัวเร่งขึ้นของครึ่งปีหลังจากสาขาการผลิตที่สำคัญ ได้แก่ โรงแรมและภัตตาคาร อุตสาหกรรม การก่อสร้าง และ การปรับตัวดีขึ้นของฐานรายได้ครัวเรือนในภาคการเกษตร การส่งออก การท่องเที่ยว และบริการ ทั้งนี้ คาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าจะขยายตัว 5.7% การบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 3.2% การลงทุนรวมทั้งปีขยายตัว 3.4% โดยภาคเอกชนน่าจะขยายตัวได้ 2.2% และภาครัฐขยายตัว 8% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในช่วง 0.4-0.9% และบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 9.7 % ของจีดีพี

