หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชน แนะโซนน...

เอกชน แนะโซนนิ่งอีอีซี หนุนกระจายลงทุนทุกภาค สร้างการพัฒนายั่งยืน

23.08.17 | 16:49 น.

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรเชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้มีการโซนนิ่งอีอีซีในภาคตะวันออก ส่วนภาคเหนือ อีสาน ใต้ จะโซนนิ่งอย่างไร โดยนำคนที่มีศักยภาพที่มีองค์ความรู้ใกล้เคียงกันมารวมกลุ่มต่อยอดความรู้และนวัตกรรมกัน หากจัดตรงนี้ได้เราสามารถแข่งขันได้ในภูมิภาคและโลก หากทำในภูมิภาคอื่นๆ ด้วย ก็จะกระจายความเจริญ ระดับรากหญ้าก็โตด้วย ไม่กระจุกตัว สิ่งสำคัญคือสร้างความยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างศักยภาพแข่งขัน ส่วนเป้าหมายที่ไทยต้องการเป็นศูนย์กลาง(ฮับ)ศูนย์เป็นเลิศทางการศึกษาและนวัตกรรม เช่น โรบอต นาโนเทคโนยี อาศยาน ที่จะต้องมีการเชื่อมโยงกับการศึกษาไทย จะต้องใช้งบประมาณถึง 7.5 หมื่นล้านบาท ภายใน 5 ปี

นายศุภชัยกล่าวว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ลงทุนใน 20 ประเทศทั่วโลก ทำการค้าทั่วโลกรวมกว่า 100 ประเทศ คนก็มองเข้ามาหลากหลาย ต้องยอมรับว่าการดำเนินธุรกิจเพียงรายเดียว เป็นความเสี่ยงที่จะทำให้ธุรกิจไม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ในการกระบวนการสร้างความยั่งยืนของเครือเจริญโภคัณฑ์มี 13 กลุ่มธุรกิจและ 8 สายอุตสาหกรรม จะนำทุกส่วนในองค์กรมาระดมความเห็น และประกาศนโยบายสร้างความยั่งยืน ส่งผ่านไปยังบริษัทลูกทั่วโลก ว่าเวลาไปลงทุนที่ไหนต้องสร้างประโยชน์แก่ที่นั่น ซึ่งยึดถือมาตลอด อย่างไรก็ตามขณะนี้องค์กรทั่วโลกเผชิญความคิดที่ว่ายิ่งบริษัทใหญ่เท่าไหร่ความไว้วางใจก็ลดลง จริงๆ ไม่ใช่ความไว้วางใจลดลง แต่เป็นความคาดหวังยิ่งมากขึ้นที่บริษัทใหญ่จะต้องทำได้ดีขึ้นและสร้างความเปลี่ยนแปลง บางครั้งก็เกิดเป็นความผิดหวัง ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจ

นายบวรนันท์ ทองกัลยา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล และบริหาร บริษัทน้ำตาลมิตรผล จำกัด กล่าวว่า เมื่อไหร่องค์กรเป็นองค์กรที่ดี สังคมรอบข้างจะปกป้องเราเอง ข้อคิดจากท่านว.วชิรเมธี เคยกล่าวไว้ว่า มนุษย์คือผู้ยังประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น เช่นกันเมื่อเป็นองค์กรก็ควรจะยังประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น สอดคล้องกับปรัชญาหลักของกลุ่มมิตรผล ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนที่ร่วมงานกัน เปิดให้ผู้พิการได้เข้ามาทำงานในบริษัท ดังนั้นกระบวนทัศน์ในการทำธุรกิจไม่ใช่แค่ธุรกิจเติบโต แต่จะต้องยังประะโยชนให้ผู้อื่นด้วย

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หัวข้อสำคัญน่าขบคิดถึงความเหลื่อมล้ำ คือนิยามจำกัดความคืออะไร วัดด้วยกันเม็ดเงิน ความสุข โอกาส สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานหรือไม่อย่างไร ในส่วนการทำงานกับคณะคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (E3) ซึ่งเป็น 1 ใน 12 คณะประชารัฐ ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 โดยมี 5 ภาคส่วนร่วมงานกัน คือ รัฐ เอกชน วิชาการ ประชาสังคม ประชาชน ทำงานแบบธุรกิจเพื่อสังคม ในนามบริษัทประชารัฐ รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) เพื่อต้องการสร้างรายได้คนในชุมชน ประชาชนมีความสุข ด้วยการทำงาน 3 กลุ่มงาน คือ เกษตร แปรรูปผลิตภัณฑ์ และท่องเที่ยวในชุมชน หากพ้นรัฐบาลนี้บริษัทก็จะยังอยู่เพราะดำเนินงานแบบบภาคธุรกิจที่จดทะเบียนแล้ว สำหรับผลการทำงานคณะ E3 ซึ่งข้อมูลเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2560 ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น 632 ล้านบาท มีคนร่วม 3.44 แสนคน ใน 2,650 กลุ่ม ทั้ง 76 จังหวัด