“ฐาปน-ปณต” สิริวัฒนภักดี ทายาทเจ้าสัวเจริญ รุกคืบธุรกิจสื่อ ควัก 1 พันล้านถือหุ้น 50% จีเอ็มเอ็ม 25-เอไทม์ เป็นสื่อที่สอง หลังเทคโอเวอร์”อัมรินทร์”

24.08.17 | 15:35 น.

บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) โดยนางกานต์สุดา แสนฤทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงินบริษัท บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จํากัด (มหาชน) หรือ GRAMMY ได้ทำหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม เกี่ยวกับการเข้าร่วมลงนามในสัญญาจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนในบริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล เทรดดิ้ง จำกัด ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัท ครั้งที่ 8/2560 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2560 ว่า ผู้จองซื้อเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ซึ่งมีนายฐาปน สิริวัฒนภักดี และนายปณต สิริวัฒนภักดี เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยแต่ละรายถือหุ้นประมาณร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด ซึ่งมีทุนจดทะเบียนจำนวน 2,000 ล้านบาท เป็นทุนชำระแล้วจำนวน 840 ล้านบาท โดยผู้จองซื้อประกอบธุรกิจหลักในการลงทุนและให้กู้ยืมเงิน

นางกานต์สุดา กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทฯ เป็นผู้ถือหุ้นจำนวนประมาณร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมดในจีเอ็มเอ็ม แชนแนล เทรดดิ้ง ซึ่งมีทุนจดทะเบียนจำนวน 800 ล้านบาท แบ่งออกเป็น หุ้นสามัญจำนวน 8 ล้านหุ้น มีมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 100 บาท ผู้จองซื้อเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ซึ่งมีนายฐากน สิริวัฒนภักดี และนายปณต สิริวัฒนภักดี เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่นั้น ตามสัญญากาเข้าลงทุนครั้งนี้ ผู้จองซื้ออาจกำหนดให้บริษัทที่มีนายฐาปน และนายปณตถือหุ้น (ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม) รวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 99.9% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดในบริษัทดังกล่าว

ทั้งนี้บริษัทจะปรับโครงสร้างการลงทุนของกลุ่มบริษัท เพื่อให้มีกลุ่มบริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล เทรดดิ้ง ตามที่สัญญาจองซื้อหุ้นกำหนด ดังนี้ 1.บริษัทฯ จะซื้อและรับโอนหุ้นในบริษัท เอ็กแซ็กท์ จำกัด และบริษัท ทีน ทอล์ก จำกัด จำนวนร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียนและบริษัท ซีเนริโอ จำกัด จำนวนร้อยละ 25 ของทุนจดทะเบียน จากบริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) 2.รับโอนสิทธิเรียกร้องอันเกิดจากการได้รับชำระเงินคืนทุนจากการชำระบัญชีของบริษัท บลิส พับลิชชิ่ง จำกัด จากจีเอ็มเอ็ม มีเดีย และ 3.จะขายและโอนหุ้นในจีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำนวนร้อยละ 99.8 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด และหุ้นในบริษัท จีเอ็มเอ็ม ทีวี จำกัด จำนวนร้อยละ 100 ให้แก่ จีเอ็มเอ็ม แชนแนล เทรดดิ้ง

ดังนั้นภายหลังจากการปรับโครงสร้าง จะทำให้กลุ่มจีเอ็มเอ็ม แชนแนล เทรดดิ้ง จะประกอบด้วย บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล เทรดดิ้ง จำกัด ,บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำกัด , บริษัท จีเอ็มเอ็ม ทีวี จำกัด , บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) , บริษัท เอ-ไทม์ มีเดีย จำกัด และบริษัท เอ-ไทม์ ทราเวิลเลอร์ จำกัด

ทั้งนี้หลังการปรับโครงสร้างเสร็จ จีเอ็มเอ็ม แชนแนล เทรดดิ้ง จะขายหุ้นเพิ่มทุน 12 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 100 บาทให้แก่บริษัท ,ผู้จองซื้อ และผู้ถือหุ้นเดิมรายอื่น โดยบริษัทจะจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนราว 2 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 100 บาท รวมเป็นเงินราว 200 ล้านบาท และสละสิทธิการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนราว 10 ล้านหุ้น ขณะที่อเดลฟอส ซึ่งเป็นผู้จองซื้อหุ้นเพิ่มทุน จะจองซื้อหุ้นรวม 10 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 100 บาท รวมเป็นเงิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งภายหลังการเพิ่มทุนเสร็จสิ้นจะทำให้บริษัทลดสัดส่วนการถือหุ้นในจีเอ็มเอ็ม แชนแนล เทรดดิ้ง ลงจาก 100% เป็น 50% ขณะที่อเดลฟอส จะเข้ามาถือหุ้น 50% ในจีเอ็มเอ็ม แชนแนล เทรดดิ้ง

Advertisement

นางสายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มีเดีย บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า บริษัทนิติบุคคลที่จองซื้อหุ้นครั้งนี้คือบริษัท บริษัท อเดลฟอส จำกัด มีนายฐาปน สิริวัฒนภักดี และนายปณต สิริวัฒนภักดี เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เป็นการเข้ามาร่วมถือหุ้นเพิ่มทุนของ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล เทรดดิ้ง จำกัด ในสัดส่วน 50% คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุน 1,000 ล้านบาท โดยโครงสร้างการบริหารของกลุ่มจีเอ็มเอ็ม แชนแนล เทรดดิ้ง ยังคงเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

“เป็นดีลการเจรจาเข้ามาถือหุ้นเพิ่มทุน ไม่ใช่การขายหุ้นเดิม โดยบริษัทดังกล่าวมองเห็นถึงศักยภาพอัตราการเจริญเติบโตของกลุ่มจีเอ็มเอ็ม แชนแนล เทรดดิ้ง ซึ่งประกอบด้วย ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 คลื่นวิทยุเอไทม์มีเดีย จีเอ็มเอ็ม ทีวี และเอไทม์ ทราเวิลเลอร์ เพราะมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน โดยเฉพาะความนิยมทางออนไลน์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องตลอด อีกทั้งมีความเชื่อมั่นในการบริหารงานของทีมงานของบริษัท ซึ่งการร่วมทุนครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะมาช่วยเสริมให้บริษัทมีความแข็งแกร่งด้านคอนเทนท์มากขึ้น โดยจะส่งผลให้มีการเติบโตได้เร็วขึ้นในอนาคต”

นางสายทิพย์ กล่าวว่า การเพิ่มทุนครั้งนี้ถือว่าเป็นการต่อยอดครั้งสำคัญของกลุ่มจีเอ็มเอ็ม แชนแนล เทรดดิ้ง ซึ่งผู้ร่วมทุนเห็นว่าเป็นธุรกิจที่มีอนาคตสดใส มีทิศทางเจริญเติบโตได้อย่างมหาศาล เพราะบริษัทแกรมมี่มีจุดแข็งทางด้านคอนเทนท์ และปัจจุบันช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ถือว่าได้รับความนิยมจากผู้ชมอย่างดี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพราะมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน มีรายการที่ทันยุคสมัย หลากหลายและโดนใจผู้ชม การเพิ่มทุนจึงช่วยให้สามารถลงทุนในด้านคอนเทนท์ต่างๆของช่องได้มากขึ้น และเชื่อว่าหลังจากการเพิ่มทุน และเสริมความแกร่งด้านคอนเทนท์ จะส่งผลให้อันดับเรตติ้งช่องจีเอ็มเอ็ม 25 เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ นายฐาปน สิริวัฒนภักดี และนายปณต สิริวัฒนภักดี บุตรนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของกิจการในบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด และบริษัทในเครือ ได้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ในนามบริษัท วัฒนภักดี จำกัด เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 จำนวน 200 ล้านหุ้น รวมเป็นมูลค่า 850 ล้านบาท กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ สัดส่วน 47.62% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท