เมื่อเดือนมกราคมปีที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ ได้ก่อตั้งสถาบันผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (New Economy Academy) หรือ NEA ขึ้นมา เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการกลุ่มต่างๆ ให้เข้าใจวิธีการทำการค้าขายยุคใหม่ในด้านดิจิทัล ด้านบริหารจัดการธุรกิจสู่สากล ความรู้เบื้องต้นเพื่อการส่งออก และความรู้เฉพาะทางด้านการตลาดระหว่างประเทศ
ให้เหตุผลของการจัดตั้งว่า การดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบันเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากการพัฒนาและเน้นประสิทธิภาพในภาคการผลิตและอุตสาหกรรมสู่แนวคิดไทยแลนด์ 4.0 มุ่งเน้นการใช้ระบบเทคโนโลยีนวัตกรรม การบริการและความคิดสร้างสรรค์ในการดำเนินธุรกิจ นำไปสู่การสร้าง S-curve ใหม่ให้กับเศรษฐกิจของประเทศ จึงต้องการยกระดับการค้าและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยสู่ระดับสากล
สถาบันแห่งนี้มีวิสัยทัศน์ คือ เป็นองค์กรชั้นนำในการพัฒนาผู้ประกอบการให้มีศักยภาพสำหรับการแข่งขันในเวทีการค้ายุคใหม่
ขณะที่พันธกิจหลัก ประกอบด้วย 1.พัฒนาองค์ความรู้ด้านการดำเนินธุรกิจในโลกการค้ายุคใหม่
2.กระจายองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการในทุกภูมิภาคของประเทศ
3.พัฒนาฐานข้อมูลด้านองค์ความรู้ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากล
4.ยกระดับคุณภาพการให้บริการสู่ความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง
เว็บไซต์ NEA คือ https://nea.ditp.go.th ระบุนิยามไว้ว่า สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการค้ายุคใหม่ มีภารกิจในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาผู้ประกอบการทุกระดับ ด้วยองค์ความรู้ด้านการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร ผ่านพันธมิตรและเครือข่ายกระทรวงพาณิชย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการในโลกการค้ายุคใหม่ให้สามารถแข่งได้ในระดับสากลอย่างยั่งยืน
หลักสูตรอบรมของสถาบัน NEA จะเน้นให้ผู้ประกอบการทำการค้าขายยุคใหม่ในหลายด้าน เช่น ด้านดิจิทัล ด้านบริหารจัดการธุรกิจสู่สากล ความรู้เบื้องต้นเพื่อการส่งออก ความรู้เฉพาะทางด้านการตลาดระหว่างประเทศ ที่เน้นเป็นประเภทสินค้า หรือเน้นตามตลาด เป็นต้น
ข้อมูลของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเป็นหน่วยงานดูแลสถาบันแห่งนี้ ระบุว่าจนถึงปัจจุบันได้พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไปแล้วทั้งหมดเกือบ 13,000 ราย มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ออกมาตลอดปี หลักสูตรหลักประกอบด้วย 1.หลักสูตร New Economy Amplifier หรือหลักสูตรสร้างพี่เลี้ยงทางการค้า ผู้ถ่ายทอดและกระจายความรู้ (Trainers) หลักสูตรสร้างพี่เลี้ยงจะเป็นกำลังหลักในการพัฒนาผู้ประกอบการในด้านการดำเนินธุรกิจและการค้ายุคใหม่ด้วยองค์ความรู้ โดยการอบรมพัฒนาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้สามารถกระจายองค์ความรู้ไปยังผู้ประกอบการในทุกพื้นที่ของประเทศได้อย่างทั่วถึง เข้าถึงผู้ประกอบการรายย่อยในระดับชุมชนท้องถิ่นได้
2.หลักสูตร New Economy Foundation หลักสูตรสร้างคนตัวเล็กหลักสูตรสร้าง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นทำธุรกิจในชุมชน เสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพกลุ่มผู้ประกอบการฐานรากในการทำธุรกิจ
ต่อยอดสู่การค้าแบบอีคอมเมิร์ซ และสร้างความเข้มแข็งระบบเศรษฐกิจชุมชนระดับฐานรากให้ยั่งยืน
3.หลักสูตร New Economy Driver หลักสูตรขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่เป็นหลักสูตรที่ปูพื้นฐานและสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำการค้าภายในประเทศ เสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพกลุ่มผู้ประกอบการต่อยอดสู่การค้าระหว่างประเทศ และส่งเสริมการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในโลกธุรกิจ และพัฒนาต่อยอดให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
4.หลักสูตร New Economy Connector (Executive) หรือหลักสูตรสร้างเครือข่ายการค้าสำหรับผู้บริหารหลักสูตร เพื่อสร้างเครือข่าย
สำหรับนักธุรกิจและผู้บริหารชั้นแนวหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน และส่งเสริมการทำงานเชิงสร้างสรรค์เพื่อสังคม
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงสถาบันแห่งนี้ว่า เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริหารองค์กรระดับสูงของหน่วยงานภาคเอกชนในประเทศ CLMVT (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม ไทย) กระทรวงพาณิชย์ยังมีแนวความคิดในการจัดกิจกรรมพิเศษ เชิญผู้บริหารองค์กรระดับสูงของหน่วยงานภาคเอกชนในประเทศ CLMVT มาทำกิจกรรมและร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินธุรกิจระหว่างกันที่ประเทศไทย เป็นการสร้างสายสัมพันธ์อันดีในการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) อันจะนำมาซึ่งการขยายการค้าและการลงทุนของนักธุรกิจไทยในกลุ่มประเทศ CLMV ต่อไปในอนาคตด้วย
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำและมอบนโยบายว่า สถาบัน NEA ที่กระทรวงพาณิชย์จะทำกิจกรรมในเดือนกันยายนนี้ ต้องทำออกมาให้เป็นโครงการขนาดใหญ่ สร้างความร่วมมือในระดับต่างประเทศ ให้เป็นศูนย์กลางของ CLMV ด้วย
สมเด็จ สุสมบูรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้พูดถึงโครงการเด่นๆ ของ NEA เดือนสิงหาคม-กันยายน 2560 ให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมเพื่อพัฒนาตัวเอง มีหลากหลายโครงการ เริ่มที่โครงการสัมมนาเรื่อง จับกระแสการค้า & การลงทุนยุค Thailand 4.0 The New Challenges for Business จัดไปแล้ววันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นการจัดเสวนาที่มุ่งเน้นเรื่อง นวัตกรรมทางการค้าและการเงินในยุคปัจจุบัน โครงการฝึกอบรมเรื่อง การบริหารความเสี่ยงด้านการค้าระหว่างประเทศ จัดขึ้นวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา โครงการฝึกอบรม-เรียนรู้ เรียนลัดมุ่งการส่งออก (Express Exporter) จัดขึ้นจำนวน 5 ครั้ง และโครงการเสริมสร้างความรู้พื้นฐานเศรษฐกิจยุคใหม่ จัดขึ้นจำนวน 5 ครั้ง ด้านโครงการในส่วนภูมิภาค ได้แก่ โครงการพัฒนาผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาครุ่นใหม่สู่การค้าออนไลน์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม-1 กันยายน 2560 ใน 6 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา และกาญจนบุรี
หัวข้อสัมมนา อยากเป็นเจ้าของธุรกิจออนไลน์ เริ่มได้อย่างไร และโครงการพัฒนาทักษะการค้าออนไลน์ผ่าน Social Media และ Website จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-29 กันยายน 2560 ใน 3 จังหวัด จังหวัดละ 2 วัน ได้แก่ ลำปาง พิษณุโลก และพระนครศรีอยุธยา หัวข้อการอบรมคือ การค้าผ่าน Facebook Line และ Website นอกจากนี้โครงการที่ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรของสถาบัน ได้แก่ โครงการการสร้างภาคีเครือข่ายพันธมิตรของสถาบันผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ จัดขึ้น ณ สถาบันการศึกษา สถาบันการเงิน สมาคม หอการค้า สภาอุตสาหกรรม พาณิชย์จังหวัด หรือหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อทำการประชุมและเสนอแนวทางในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรใหม่
สมเด็จกล่าวอีกว่า ยังมีโครงการที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ โครงการพัฒนาธุรกิจสู่การค้าระหว่างประเทศ Passport to Global Challenge จัดขึ้นจำนวน 5 ครั้ง แต่ละครั้งจะทำการฝึกอบรมเป็นเวลา 2 วัน มีหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ Creative Age Marketing 4.0 และ Modern Business Model Canvas การจัดอบรมเทคนิคการถ่ายภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ จัดขึ้นจำนวน 6 ครั้ง มีหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ การถ่ายภาพผลิตภัณฑ์เสริมความงามและเครื่องสำอาง และการถ่ายภาพผลิตภัณฑ์อาหารปรุงสำเร็จ เป็นต้น
หลังจากนี้ แค่คอยตามดูความก้าวหน้าของผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรมจะผลักดันอุตสาหกรรมสู่ไทยแลนด์ 4.0 ได้มากน้อยแค่ไหน

