‘สนข.’เปิดแผนพัฒนาโลจิสติกส์อีอีซี 101โครงการ ลงทุน5ปี 3.4แสนล้านบาท

6.09.17 | 15:49 น.

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) เปิดเผยในฐานะประธานเปิดการสัมมนานำเสนอผลงานและรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาพัฒนาระบบเครือข่ายโลจิสติกส์รองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษรูปแบบอุตสาหกรรมอนาคตซุปเปอร์ คลัสเตอร์ และประตูการค้าสำคัญของประเทศ ณ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท ว่า สนข.ได้จ้างที่ปรึกษาทำการศึกษาและวิเคราะห์ เพื่อจัดทำแผนพัฒนาระบบเครือข่ายโลจิสติกส์เป็นระยะเวลา 8 เดือน เน้นการศึกษาใน 7 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ซุปเปอร์ คลัสเตอร์ และ จ.สระแก้ว จันทบุรี ตราด ซึ่งเป็นประตูการค้าสำคัญในชายฝั่งทะเลตะวันออก เบื้องต้นการพัฒนาได้บรรจุโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ จำนวน 101 โครงการ วงเงินลงทุนรวม 342,000 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2560-2564 ทั้งนี้วงเงินส่วนใหญ่จะใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีทั้งโครงการต่อขยายและโครงการใหม่ อาทิ การเชื่อมโยงทางหลวงหมายเลข 7 กับท่าเรือแหลมฉบัง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7 ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 เป็นต้น แต่วงเงินดังกล่าวยังไม่รวมโครงการรัฐเอกชนร่วมลงทุน(พีพีพี) และโครงการที่ยังไม่มีความชัดเจน อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง เชื่อม 3 ท่าอากาศยาน วงเงิน 2.19 แสนล้านบาท โครงการศูนย์ซ่อมอากาศยาน มูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาท, โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 ของท่าอากาศยานอู่ตะเภา มูลค่า 4.3 หมื่นล้านบาท

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า เมื่อการพัฒนาตามแผนงานดังกล่าว ร่วมกับการพัฒนาเมือง ภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยวแล้วเสร็จ จะส่งให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) เพิ่มขึ้นอีก 4% ในปี 2564 และ 4.9% ในปี 2569 ส่วนจีดีพีของพื้นที่ 3 จังหวัดในอีอีซี(ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง) คาดว่าจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ 18% ในปี 2564 และ 40% ในปี 2569 นอกจากนี้จะสามารถลดต้นทุนโลจิสติกส์ทางถนนได้ 2.67% และการขนส่งทางรางได้ 19.83% หรือทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์เฉลี่ยรวมลดลง 2.69% จาก 1,333.3 ล้านบาท/วัน เหลือ 1,297.4 ล้านบาท/วัน ขณะเดียวกันทำให้การจ้างงานเพิ่มขึ้น 1.5% และทำให้รายได้เฉลี่ยสูงขึ้น 4.6%

“ในปี 2560 พื้นที่พัฒนาซุปเปอร์ คลัสเตอร์ และประตูการค้าสำคัญ 7 จังหวัด มีปริมาณการเดินทาง 7.3 เที่ยวคน/วัน คิดเป็น 26% ของประเทศ แบ่งเป็นทางรถยนต์ 61% รถโดยสารสาธารณะ 32% รถไฟ 4% เครื่องบิน 3% ด้านปริมาณการขนส่งสินค้าอยู่ที่ 2.1 ล้านตัน/วัน คิดเป็น 66.62% ของการขนส่งรวมทั้งประเทศ แบ่งเป็นรถบรรทุก 98% รถไฟ 1% เรือ 1% แต่ในปี 2564 ปริมาณการเดินทางจะเพิ่มเป็น 8.8 แสนเที่ยวคน/วัน และปริมาณการขนส่งสินค้าจะเพิ่มเป็น 2.2 ล้านตัน/วัน และในปี 2579 ปริมาณการเดินทางจะเพิ่มเป็น 1.1 ล้านเที่ยวคน/วัน และปริมาณการขนส่งสินค้าเพิ่มเป็น 2.7 ล้านตัน/วัน” นายชัยวัฒน์กล่าว