นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการประชุมการติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการอำนวยการความสะดวกในการประกอบธุรกิจที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า มีข่าวดีว่าสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ทำมา 2 ปี เกี่ยวกับการแก้ไขอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ ส่งผลให้การจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business)จากธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ให้กับไทยดีขึ้น คาดว่าปีนี้น่าก้าวขึ้นมาอันดับกว่า 30 จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่อันดับ 46 โดยมีความหวังว่าหากทุกหน่วยงานร่วมมือการแก้ไขอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจอย่างนี้ต่อไป จะทำให้ไทยก้าวขึ้นสู่อันดับ 1-10 ในที่สุด ซึ่งจะเทียบเท่ากับสิงคโปร์อยู่ในอันดับท็อปเท็น และมาเลเซียอยู่ในอันดับกว่า 20
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ธนาคารโลกยืนยันว่าการปฏิรูปของไทยส่งผลให้เกิดการอำนวยความสะดวกในธุรกิจดีขึ้นใน 4 ด้านจาก 10 ด้าน ทำให้คะแนนภาพรวมปีนี้สูงขึ้น คือ 1.การเริ่มต้นธุรกิจ มีการยกเลิกข้อกำหนดในการให้ผู้ประกอบการส่งสำเนาบังคับในการทำงานให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และการยกเลิกใช้ตราประทับของบริษัทในใบหุ้น 2. การจดทะเบียนทรัพย์สิน กรมที่ดินจัดเก็บหนังสือแสดงสิทธิแบบอิเล็กทรอนิกส์ และใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์สำหรับแสดงข้อมูลรูปแปลงที่ดินในเขตกรุงเทพมหานคร 3.การคุ้มครองนักลงทุนรายย่อย จากการให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยสามารถฟ้องร้องกรรมการบริษัทได้ง่ายขึ้นในกรณีที่การดำเนินธุรกิจก่อให้เกิดความเสียหายการทำธุรกรรมของคู่สัญญา และการเพิ่มสิทธิและบทบาทของผู้ถือหุ้นในการตัดสินใจของบริษัท 4. การแก้ไขปัญหาล้มละลาย ปรับเปลี่ยนวิธีการลงคะแนนในแผนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้
นายทศพล ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กล่าวว่า ธนาคารโลกจะรายงานอันดับความความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ อย่างเป็นทางการในช่วงสิ้นเดือนตุลาคม โดยเป็นการมาสำรวจเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ครั้งนี้เอกชนในระดับผู้บริหารให้ความสำคัญในการตอบแบบสอบถามเป็นอย่างดี จากในอดีตระดับพนักงานเป็นคนตอบคำถาม ดังนั้นในอดีตแม้ภาครัฐจะมีการทำงานหลายเรื่องไปแล้ว แต่เมื่อเอกชนไม่เข้าใจ และไม่รู้ทำให้อันดับของไทยไม่ดีขึ้น แต่ปีนี้รัฐบาลให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาอุปสรรค มีการเผยแพร่ไปยังภาคเอกชน ทำให้การตอบคำถามดีขึ้น ดังนั้นจึงมั่นใจว่าอันดับในปีนี้จะดีขึ้นมาอยู่กว่า 30 แน่นอน
“หลังจากนี้แม้อันดับดีขึ้น แต่การแก้ไขปัญหาอุปสรรคให้ภาคธุรกิจยังทำต่อไป ซึ่งในการประชุมครั้งนี้นำแผนต่างๆ มาดูว่าจะมีการแก้ไขอย่างไร บางเรื่องอาจเกี่ยวข้องกับกระทรวงอื่นๆ ซึ่งนายสมคิด มอบนโยบายเร่งจัดทำแผน เพื่อนำเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้หน่วยงานเกี่ยวข้องดำเนินแก้ไข”นายทศพล กล่าว

