นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร เดือนกันยายนนี้ว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนา ธ.ก.ส.คาดการณ์ว่า ราคาสินค้าเกษตรที่จะเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ คาดว่าราคาข้าวเปลือกหอมมะลิที่เกษตรกรขายได้จะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.2-2.1% อยู่ที่ราคา 10,350-10,550 บาท/ตัน ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว คาดว่าราคาข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาวจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1.0 -3.0% อยู่ที่ราคา 9,800-10,000 บาท/ตัน เนื่องจากผลกระทบจากอุทกภัยส่งผลให้ผลผลิตข้าวที่จะออกในฤดูกาลใหม่ลดลง ยางพารา คาดว่าราคายางพาราแผ่นดิบที่เกษตรกรขายได้จะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.50-3.00% อยู่ที่ราคา 50.83-52.09 บาท/กก. เนื่องจากสภาพอากาศในพื้นที่ปลูกยางของไทยโดยรวม ยังไม่เอื้ออำนวยต่อการกรีดยาง ทำให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยช่วยหนุนราคายางเพิ่มขึ้น
นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนราคามันสำปะหลัง คาดว่าราคามันสำปะหลังที่เกษตรกรขายได้จะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.83-4.17% อยู่ที่ราคา 1.21-1.25 บาท/กก. เนื่องจากเป็นช่วงปลายฤดูเก็บเกี่ยวส่งผลให้ ผลผลิตมันสำปะหลังที่ออกสู่ตลาดน้อยและไม่เพียงพอกับความต้องการ สุกร คาดว่าราคาสุกรที่เกษตรกรขายได้จะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1.50-5.00% อยู่ที่ราคา 61.35-63.46 บาท/กก. เนื่องจากเข้าสู่เทศกาลสารทจีน ส่งผลให้ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรเพิ่มขึ้น กุ้ง คาดว่า ราคาเฉลี่ยกุ้งขาวแวนนาไมที่เกษตรกรขายได้จะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.16-2.04% อยู่ที่ราคา 186.50-190.00 บาท/กก. เนื่องจากสินค้ากุ้งไทยผลิตได้คุณภาพตามกระบวนการผลิตมาตรฐานสากล และตลาดยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาขายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
นายสมศักดิ์กล่าวว่า สินค้าเกษตรราคาลดลง ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า 5% คาดว่า ราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้ จะลดลงจากเดือนก่อน 0.9-3.4% อยู่ที่ราคา 7,550-7,750 บาท/ตัน เนื่องจากผลผลิตข้าวนาปรังที่ออกสู่ตลาดมีปริมาณมากกว่าที่คาดไว้ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ คาดว่าราคาเฉลี่ยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้นไม่เกิน 14.5% ที่เกษตรกรขายได้จะลดลงจากเดือนก่อน 0.55-2.00% อยู่ที่ราคา 5.96-6.05 บาท /กก. เนื่องจากเป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดรุ่น 1 ส่งผลให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดปริมาณมาก ขณะที่โรงงานอาหารสัตว์ประมูลข้าวสารสต๊อกภาครัฐมาใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ทดแทนข้าวโพด แต่จะยังคงรับซื้อข้าวโพดเพื่อช่วยพยุงราคา ส่งผลให้ระดับราคาลดลงจากเดือนก่อนเพียงเล็กน้อย
นายสมศักดิ์กล่าวว่า ส่วนราคาน้ำตาลทรายดิบ คาดว่าราคาเฉลี่ยน้ำตาลทรายดิบนิวยอร์กในตลาดโลก จะลดลงจากเดือนก่อน 0.50-1.50% อยู่ที่ราคา 9.88-10.10 บาท/กก. เนื่องจากปริมาณน้ำตาลของประเทศบราซิล ผู้ผลิตน้ำตาลทรายรายใหญ่ของโลกมีสต๊อกเกินกว่าที่คาดไว้ โดยองค์การน้ำตาลระหว่างประเทศ (ISO) คาดว่าอยู่ที่ 4 ล้านตัน ขณะที่ F.O. Licht คาดว่าส่วนเกินที่ 5.4 ล้านตัน ทำให้มีแรงขายจากกลุ่มกองทุนและนักเก็งกำไรอย่างต่อเนื่อง กดดันให้ราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกปรับตัวลดลง ปาล์มน้ำมัน คาดว่าราคาปาล์มน้ำมันที่เกษตรกรขายได้จะลดลงจากเดือนก่อน 1.17 -11.50% อยู่ที่ราคา 3.00-3.35 บาท/กก. เนื่องจากคาดว่าผลผลิตปาล์มจะยังคงออกสู่ตลาดปริมาณมาก ขณะที่โรงงานเข้มงวดต่อการรับซื้อผลปาล์มที่ได้คุณภาพ ส่งผลให้ราคาปาล์มน้ำมันมีแนวโน้มลดลง

