หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดแล้วโครงก...

เปิดแล้วโครงการขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันสู่ภาคเหนือ หวังใช้น้ำมันราคาใกล้เคียงกทม. ลดลง 40-50 สต./ลิตร

7.09.17 | 18:50 น.

เปิดงานก่อสร้างโครงการขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันไปภาคเหนือ


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 กันยายน ณ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 82+499 ตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี บริษัท สเตรกา จำกัด(มหาชน) ได้ทำพิธีลงนามเซ็นสัญญาโครงการขยายท่อขนส่งน้ำมันไปภาคเหนือ ร่วมกับบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด โดยมี ม.ร.ว.ศุภดิศ ดิศกุล ประธานบริษัทขนส่งน้ำมันทางท่อ และ มร.จาง ชุย ชง ประธานบริหาร บริษัท ไชน่า ปิโตรเลียม ไปป์ไลน์ บูโร เป็นประธานร่วมในสัญญาลงนาม โดยมีบรรดาคณะกรรมการจากบริษัทร่วมลงนามเข้าร่วมเป็นสักขีพยานจำนวนมาก
ซึ่งดำเนินการลงทุน ก่อสร้าง และบริหารโครงการขนส่งน้ำมันผ่านระบบท่อ มูลค่าโครงการ 3,300 ล้านบาท เป็นโครงการที่บริษัทมีความประสงค์จะก่อสร้างระบบท่อขนส่งน้ำมันจากคลังน้ำมันบางปะอิน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันไปภาคเหนือ เพื่อขนส่งน้ำมันผ่านระบบท่อไปยังคลังน้ำมัน จ.ลำปาง ระยะทางก่อสร้างรวม 600 กม. โดยมีการก่อสร้างด้วยรูปแบบขุดเปิดหน้าดิน และการขุดเจาะแบบไม่เปิดหน้าดิน โดยจะใช้ระยะเวลาแล้วเสร็จ 24 เดือน โครงการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะการก่อสร้างระบบท่อขนส่งน้ำมันจากคลังน้ำมันบางปะอิน และระยะขยายแนวท่อจาก จ.กำแพงเพชร ไปตามแนวเขตของกรมทางหลวง

บริษัท สเตรกา จำกัด(มหาชน) และบริษัท ไชน่า ปิโตรเลียม ไปป์ไลน์ บูโร จะร่วมมือกันขุดเจาะวางท่อขนส่งน้ำมัน อันจะช่วยลดปัญหาการจราจร สิ่งแวดล้อม และความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการขนส่งน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันการขนส่งน้ำมันไปยังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ใช้การขนส่งทางรถไฟ เรือ และรถบรรทุก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงสิ้นเปลืองพลังงาน ก่อให้เกิดปัญหาจราจรและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุสูง จากยุทธศาสตร์และแนวนโยบายของรัฐบาล ต่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ให้มีการเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น กรมธุรกิจพลังงานจึงได้ศึกษาและส่งเสริมให้มีการขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่งของประเทศ

การขุดเจาะวางท่อขนส่งน้ำมันในครั้งนี้ จะสามารถส่งน้ำมันไปยังภาคเหนือได้ทั้งน้ำมันดีเซลและเบนซิน ได้ภายในท่อเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลให้พี่น้องชาวภาคเหนือได้ใช้น้ำมันที่มีราคาใกล้เคียงกับชาวกรุงเทพฯ หรือลดลงมากว่า 40-50 สตางค์/ลิตรเลยทีเดียว

Advertisement