พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมาได้เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีเกษตรกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) ณ เมืองเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งฝ่ายไทยได้ยืนยันให้การสนับสนุนตามเจตนารมณ์อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในการก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารของโลก โดยเห็นชอบต่อยุทธศาสตร์ส่งเสริมห่วงโซ่คุณค่าทางการเกษตรที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงปี 2561-2565 ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การปฏิรูปภาคเกษตรกรรมของไทย ทั้งในระยะสั้นหรือ 5 ปี และในระยะยาวหรือ 20 ปี ตั้งแต่การจัดสรรที่ดินทำกินและการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงทรัพยากรทางการเกษตรอย่างทั่วถึง สนับสนุนการทำการเกษตรที่ปลอดภัย ทั้งสินค้าเกษตรแบบจีเอพี และแบบอินทรีย์ รวมถึงการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืนทั้งในเชิงพาณิชย์ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกัน เพื่อลดต้นทุน และร่วมกันผลิตและเชื่อมโยงสู่ตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างภูมิคุ้มกัน ด้วยการสนับสนุนให้เกษตรกรจัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่ง ไว้ทำการเกษตรเพื่อยังชีพแบบพอเพียงด้วย
พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ทั้งนี้จะมีการรายงานให้ที่ประชุมสุดยอดผู้นำจีเอ็มเอส ครั้งที่ 6 ในเดือนมีนาคม 2561 และเสนอโครงการภายใต้ภาคเกษตรโดยรวมเพื่อผนวกไว้ในแผนปฏิบัติการฮานอย (Hanoi Action Plan) ปี 2561-2565 เนื่องจากยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติการดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนและมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกภาคส่วนผ่านกลไกประชารัฐ ประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นธรรม
พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสของไทย และประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงจะยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรสู่การผลิตยุค 4.0 คือการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการเกษตร ทั้งเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีด้านวิศวกรรม และเครื่องจักรกล และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้เกิดเกษตรกรรมอัจฉริยะ และเกษตรกรรมแม่นยำสูง โดยคงไว้ซึ่งความสมดุลและยั่งยืนของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม หรือเกษตรกรรมสีเขียว และตอบสนองความต้องการของตลาด ในสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพสูง ที่มีความพิถีพิถันตั้งแต่การผลิตจนกระทั่งถึงปลายทางที่ผู้บริโภค หรือเกษตรกรรมประณีต รวมไปถึงการสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรด้วยการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ ไทยยังเสนอแนวทางเพื่อร่วมกันผลักดันยุทธศาสตร์ส่งเสริมห่วงโซ่คุณค่าทางการเกษตรที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอนุภูมิภาค โดยประเทศสมาชิกควรแสวงหาศักยภาพของแต่ละประเทศ เพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกัน ต้องให้ความสำคัญและส่งเสริมการลงทุนด้านการเกษตร เทคโนโลยีทางการเกษตร โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในภาคการเกษตรของภูมิภาคด้วย

