พล.อ.อ.ธเรศ ปุญศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า วันที่ 11 กันยายน สำนักงานได้จัดประชุมเชิงวิชาการระดับนานาชาติ 2017 (NBTC International Symposium on Digital Financial Inclusion) เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งสถาบันการเงิน ผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน และตัวแทนสถานเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกอาเซียนในประเทศไทย ได้รับทราบนโยบายเรื่องการรวมระบบการเงินในยุคดิจิทัล ที่หลากหลายในระดับโลก รวมถึงการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การทำธุรกรรมการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือให้มีความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้มากขึ้น
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ปัจจุบันจำนวนผู้ใช้บริการธนาคารทางอินเตอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้นถึง 14 ล้านบัญชี และธนาคารบนมือถือมีมากกว่า 19 ล้านบัญชี โดยเติบโตจากการทำธุรกรรมการเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่เฉลี่ยสูงถึง 45% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทยด้านบริการพร้อมเพย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในการจัดให้มีโทรศัพท์พื้นฐานในพื้นที่ชนบทห่างไกลที่ยังไม่มีการเข้าถึง หรือมีข้อจำกัดในการเข้าถึง เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่ความเป็นสังคมดิจิทัล ซึ่งจะนำไปสู่การทำธุรกรรมทางการเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ในมุมของ กสทช. ยังเห็นด้วยว่าการก้าวไปสู่การทำธุรกรรมทางการเงินเต็มรูปแบบผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเรื่องความมั่นใจถือเป็นเรื่องสำคัญสุด ในการนำไปสู่การเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ
นายแชซุป ลี ผู้อำนวยการภาคมาตรฐานโทรคมนาคม จากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ไอทียู กล่าวว่า การจัดการด้านการเงินหากมีการใช้แอพพลิเคชั่น เข้ามาร่วมด้วยจะทำให้มีเสถียรภาพมากขึ้น ในหลายประเทศ ใช้ดีเอฟเอส (DFS) ทั้งใน e-money และใน Mobile Money ซึ่งเป็นการสนับสนุนการใช้เงินด้วยดิจิทัล ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมและลดอัตราการใช้เงินสด ระบบนี้จะช่วยการกระตุ้นผู้ใช้เกิดการทำธุรกรรมมากขึ้น รัฐเองก็เข้าถึงข้อมูลได้ และสถาบันการเงินสามารถใช้วิเคราะห์การใช้จ่ายเพื่อนำมาตัดสินใจให้สินเชื่อ ช่วยลดต้นทุนได้ค่อนข้างมาก
อย่างไรก็ตาม ผลจากการใช้ DFS จะทำให้เห็นผลของสภาพคล่องทางการเงินง่ายขึ้น ในหลายประเทศนำมาใช้กับการจ่ายบำนาญให้กับข้าราชการ อย่างเช่นในเคนยามีผู้ใช้ Mobile Money ถึง 14 ล้านราย คิดเป็นอัตรา 24% ของจีดีพีประเทศ สามารถเข้าถึงบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ได้ทั้งประเทศ ซึ่งสรุปแล้วควรลดการใช้เงินสดลงและเพิ่มการทำธุรกรรมด้วยดิจิทัลมากขึ้น รวมถึงประเทศไทย

