นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2560 กระทรวงอุตสาหกรรมได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมสถานประกอบการในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2 ราย คือ บริษัท อุตสาหกรรมเครื่องหอมไทย-จีน หรือทีซีเอฟเอฟ กิจการร่วมค้าระหว่างไทยและจีน ในการผลิตน้ำหอม สารแต่งกลิ่นสำหรับสินค้าอุปโภค-บริโภค น้ำมันหอมระเหย และสารสกัดจากธรรมชาติใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง อาหาร ยาและสปา และบริษัท เม็กเท็ค แมนูแฟ็คเจอริ่ง คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) หรือเมคเทค บริษัทญี่ปุ่นและฮ่องกง เป็นผู้นำรายใหญ่ที่สุดของโลกในการออกแบบ ผลิต และส่งมอบผลิตภัณฑ์แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ชนิดยืดหยุ่นได้ที่ใช้ในสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร ชิ้นส่วนยานยนต์ และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ซึ่งทั้ง 2 อุตสาหกรรมเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (เอส-เคิร์ฟ) พร้อมทั้งหารือแนวทางความร่วมมือในลักษณะประชารัฐ กับผู้ประกอบการภาคเอกชน ภาครัฐ และประชาชนเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาพื้นที่ การแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการประกอบการ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคกลาง
“จากการรับฟัง 2 บริษัทต่างพบปัญหาเดียวกัน คือ ขาดแคลนบุคลากรเชี่ยวชาญ ดังนั้นกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ กสอ.จะหารือกับกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงแรงงานในการแก้ปัญหาโดยด่วน กำหนดแนวทางพัฒนา ขณะเดียวกันนโยบายที่สำคัญของกระทรวง คือการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ตามจุดแข็งของแต่ละพื้นที่ การส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการไปสู่ 4.0 ที่ก้าวทันโลก รวมทั้งการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี และการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่” นายอุตตมกล่าว
นายอุตตมกล่าวว่า สำหรับภาคกลางจะต้องเพิ่มขีดความสามารถของฐานอุตสาหกรรมเดิมที่มีมูลค่าการลงทุนสูง ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารแปรรูป อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมอโลหะ อุตสาหกรรมโลหะ อุตสาหกรรมยางและพลาสติก อุตสาหกรรมสิ่งทอ และต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง อาทิ การพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งกระทรวงมีโครงการรองรับมากมายทั้งที่เป็นมาตรการทางการเงินและที่ไม่ใช่การเงิน อีกทั้งยังจะต้องเดินหน้าโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่ให้เข้ากับวิถีชีวิตได้อย่างยั่งยืน

