นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวในงานมหกรรมจัดแสดงและจำหน่ายผ้าไหม “ร้อยแก่นสารสินธุ์ 4 ลายศิลป์ ถิ่นแดนไหม” ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า 4 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ซึ่งมียุทธศาสตร์ร่วมกันในการส่งเสริมและพัฒนาผ้าไหมสู่ความเป็นสากล ได้ร่วมมือกันจัดงานแสดงและจำหน่ายผ้าไหม ซึ่งเป็นผ้าเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัดขึ้น เพื่อส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดแก่ผ้าไหม ส่งเสริมสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมให้โดดเด่นมีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันและงานเทศกาลต่างๆ และให้ผู้ผลิต ผู้บริโภค คนออกแบบได้มาพบปะกันโดยตรง สามารถแนะนำคนผลิตให้ทำลวดลายผ้าตามความต้องการ ขณะเดียวจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับเจ้าของผ้าไหมในพื้นที่ ทำให้เศรษฐกิจฐานรากขยายตัว นอกจากนี้เมื่อนำผ้าไหมที่เป็นจุดเด่นแต่ละจังหวัดมานำเสนอ สามารถสะท้อนให้เห็นไปถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมประจำท้องถิ่น ซึ่งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกทาง คาดว่างานนี้เงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
นายสฤษดิ์ กล่าวว่า ผ้าไหมที่เป็นเอกลักษณ์ของ 4 จังหวัด ได้แก่ ผ้าไหมลายสาเกตุ จากจังหวัดร้อยเอ็ด ผ้าไหมมัดหมี่จากจังหวัดขอนแก่น ผ้าไหมลายสร้อยดอกหมากจากจังหวัดมหาสารคาม และผ้าไหมแพรวาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยอีสานมีจุดเด่นทำผ้าทอมือ ซึ่งถือเป็นงานที่ปราณีตและมาจากภูมิปัญญา นอกจากนี้ในงานยังมีการนำเสนอผลงานที่เป็นนวัตกรรมของภูมิปัญญาท้องถิ่นทั้ง 4 จังหวัด ได้เเก่ ผ้าไหมระดับพรีเมี่ยม ผ้าฝ้าย ของใช้ที่ระลึกอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าโอท็อป งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 กันยายน 2560 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และในวันที่ 27 กันยายน – 1 ตุลาคม 2560 จะจัดงานลักษณะเดียวกันนี้ที่ เซ็นทรัลพลาซา บางนา

