หน้าแรก เศรษฐกิจ ปอศ.เผยไทยเสี...

ปอศ.เผยไทยเสี่ยงถูกโจมตีทางไซเบอร์สูงอันดับ2 รองจากอินโดฯ

11.03.16 | 21:40 น.

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ เทอร์มินัล 21 ในงานเปิดตัวโครงการรณรงค์ระดับประเทศประจำปี 2559 “Safe Software, Safe Nation” ปกป้องประเทศไทยจากภัยไซเบอร์ พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ ปลาทอง รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กล่าวว่า ข้อมูลจากองค์กรที่ให้บริการคุ้มครองเก็บรักษาข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์แก่ลูกค้า (ไอดีซี) ชี้ว่าปี 2556 ไทยมีการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิหรือละเมิดลิขสิทธิ์ในองค์กรธุรกิจสูงถึง 71% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียที่ 62% การใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เจอกับภัยและความเสี่ยงบนโลกไซเบอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประเทศ ประชาชนและองค์กรธุรกิจ ขณะเดียวกัน 84% ของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ติดตั้งซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิจะเสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์สูงมาก

“ข้อมูลสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) พบว่าปีที่ผ่านมาไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกโจมตีบนโลกไซเบอร์เป็นอันดับ 2 ในอาเซียน รองจากอินโดนีเซีย ปี 2558 มีการโจมตีทางไซเบอร์ในไทยเกิดขึ้น 4,300 กรณี แยกเป็น 1,500 กรณี หรือ 35% ถูกกระทำจากซอฟต์แวร์ประสงค์ร้าย (Malicious Software) ที่มีการหลอกให้โอนหรือชำระเงิน 26% และเจาะเข้าสู่เครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต 23% นอกจากนี้ ข้อมูลศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ThaiCERT) ชี้ว่า ไทยถูกจู่โจมด้วยภัยออนไลน์มากเป็นอันดับ 3ของโลก” พ.ต.อ.กิตติศักดิ์กล่าว

พ.ต.อ.กิตติศักดิ์กล่าวว่า ปี 2558 คดีละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่ บก.ปอศ.จับกุมและดำเนินการมี 239 คดี เพิ่มขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีความเข้มงวดในการปราบปรามจับกุมมากขึ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายจากการละเมิด 500 ล้านบาท ส่วนการจับกุมดำเนินคดี 2 เดือนแรกปีนี้มี 41 คดี มีมูลค่าซอฟต์แวร์ถูกละเมิด 73.9 ล้านบาท การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์และการคุกคามที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงปลอดภัยของชาติ ลดความน่าเชื่อถือของการทำธุรกิจและการค้าของไทย รวมถึงกระทบสวัสดิภาพของประชาชน

นายสมพร มณีรัตนะกูล นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย กล่าวว่า รัฐบาลมีการส่งเสริมเรื่องเศรษฐกิจดิจิตอล ซึ่งทำให้ทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชนของไทยมีการใช้ซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชั่นต่างๆ ในการทำงานเพิ่มขึ้น รวมถึงทำธุรกรรมการเงินผ่านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารมากขึ้น ด้วยจำนวนผู้ใช้ที่ยิ่งเพิ่มจะยิ่งมีโอกาสเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะถูกโจมตีทางไซเบอร์ แต่จะสวนทางกับอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ที่มีแนวโน้มลดลงเนื่องจากซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่นที่ทำออกมาต่างเปิดให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ง่าย