นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและย่อม(เอสเอ็มอี)ที่มีศักยภาพ ผ่านกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ วงเงิน 20,000 ล้านบาทนั้น เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา มีจำนวนเอสเอ็มอียื่นคำขอรับสินเชื่อทั้งสิ้น 3,292 ราย วงเงิน 16,836 ล้านบาท ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้ปรับกระบวนการดำเนินงานใหม่ให้กระชับและรวดเร็วขึ้นเพื่อให้การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างรวดเร็วแต่มีประสิทธิภาพ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานไม่กระทบต่อเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ จึงมีเกณฑ์ดังนี้
1. ลดขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ เหลือเพียง 2 ขั้นตอนคือพิจารณาจากด้านของคุณสมบัติ และวัตถุประสงค์ในการขอรับสินเชื่อเป็นสำคัญ จากนั้นจะส่งเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์สินเชื่อได้ทันที 2. กำหนดให้คณะอนุกรรมการวิเคราะห์เอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐประจำส่วนกลาง/ประจำจังหวัด รวมถึง คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนฯ ประจำส่วนกลางและประจำจังหวัด เปิดการประชุมเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง จากเดิมประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง 3. ผ่อนปรนการเรียกตรวจเอกสาร โดยขอให้ส่งเฉพาะเอกสารที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วน เข้าสู่กระบวนการพิจารณาก่อน ส่วนเอกสารประกอบอื่นๆ สามารถส่งตามภายหลังได้ 4. ปรับสัดส่วนวงเงินสินเชื่อ ซึ่งเดิมรายที่ขอสินเชื่อไม่เกิน 3 ล้านบาท จะอยู่ที่สัดส่วน 75% และรายที่ขอสินเชื่อไม่เกิน 10 ล้านบาท อยู่ที่สัดส่วน 25% เป็นสัดส่วน 50:50 เท่ากัน เพื่อเป็นไปตามความต้องการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในแต่ละพื้นที่ ที่จำเป็นใช้วงเงินสูงขึ้นในการลงทุนและปรับปรุงกิจการ จึงคาดว่าภายในเดือนกันยายนนี้จะสามารถอนุมัติสินเชื่อได้ไม่ต่ำกว่า 9,900 ล้านบาท และภายในเดือนตุลาคมนี้จะสามารถอนุมัติสินเชื่อได้ไม่ต่ำกว่า 16,000 ล้านบาท
นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ วงเงิน 20,000 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นทุนช่วยเหลือ สนับสนุนให้เอสเอ็มอีมีการพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงตามยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงช่วยเติมเต็มให้เอสเอ็มอีที่มีอุปสรรคไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนตามปกติไทย โดยการนำเงินทุนดังกล่าวนำไปลงทุนและปรับปรุงกิจการ ไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินให้แก่เอสเอ็มอี ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องใช้เวลาในการตัดสินใจในรายละเอียดของการลงทุน เช่น แบบก่อสร้าง สเปค เครื่องจักร จำเป็นต้องมีเอกสารข้อมูลประกอบการลงทุน ถึงแม้กองทุนจะผ่อนปรนเอกสารให้ตามกระบวนการดังกล่าว แต่ผู้กู้ต้องใช้เวลาตัดสินใจลงทุนหรือปรับปรุงกิจการ ดังนั้น สินเชื่อกองทุนจึงมีกระบวนการแตกต่างจากสินเชื่อปกติทั่วไปที่เน้นให้เงินทุนหมุนเวียนเพียงอย่างเดียว ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคทั้ง 11 แห่ง และศูนย์สนับสนุนและช่วยเหลือเอสเอ็มอี โทร. 1358 www.smessrc.com

