นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 3 นี้มีสถาบันการเงิน วาณิชธนกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในและต่างประเทศออกมาปรับเป้าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ใหม่อยู่ในกรอบ 3.5-4% เป็นสัญญาณสะท้อนว่าแนวโน้มเศรษฐกิจดีขึ้น มีกระแสเงินทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) เข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี โดยเข้ามาลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) ประมาณ 40,000 ล้านบาท ทั้งนี้บ้างส่วนอาจจะโยกเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นแทนการลงทุนในแอลทีเอฟ เนื่องจากผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว (บอนด์ยีลด์) ของไทยอยู่ในระดับต่ำ หรือมีบอนด์ยีลด์ใกล้เคียงสหรัฐฯ ที่มีขนาดเศรษฐกิจแข็งแกร่งกว่าไทยมาก ทำให้ตลาดตราสารหนี้ช่วงสิ้นปี 2560 ขาดความน่าสนใจ ทั้งนี้ก็เป็นผลดีกับค่าเงินบาทว่าจะไม่แข็งค่าไปกว่านี้แล้ว
“ฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในแอลทีเอฟปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 40,000 ล้านบาท น้อยกว่าตัวเลขปีที่แล้วที่ต่างชาติเข้ามาลงทุนในแอลทีเอฟประมาณ 65,000 ล้านบาท จึงทำให้นักลงทุนบางส่วนโยกฐานการลงทุนเข้ามาในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น นอกจากนี้แล้วปัจจัยบวกของเศรษฐกิจ ทั้งตัวเลขจีดีพีครึ่งปีแรกที่ขยายตัว 3.5% ตัวเลขการส่งออกที่ดีขึ้น น่าจะมีผลให้ดัชนีตลาดหุ้นจะขึ้นไปทดสอบที่ระดับ 1,700 จุดก่อนสิ้นปี 2560 ส่วนเป้าดัชนีปี 2561 ประเมินว่าจะอยู่ที่ระดับ 1,760 จุด จากเดิมที่วางเป้าดัชนีกลางปี 2561 ไว้ที่ระดับ 1,650 จุด” นายประกิตกล่าว
นายประกิตกล่าวว่า ขณะนี้ยังตอบได้ไม่ชัดว่าฟันด์โฟลว์ที่ทยอยเข้ามาจะเป็นลักษณะเงินร้อนหรือพักเงินหรือไม่ แต่มองว่าตลาดหุ้นมีปัจจัยหนุนที่สำคัญหลายประการ ทั้งภาพรวมเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังนี้ต่อเนื่องถึงปีหน้า สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง เป็นที่พักเงินที่ปลอดภัย (เซฟเฮเว่น) ของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในเอเชีย สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีเหนือ รวมถึงฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามมองว่าปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวังในปี 2561 คือการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย และมีการลดขนาดงบดุลในปริมาณมากในทุกๆ ไตรมาส รวมถึงความเสี่ยงภายในประเทศ หากมีการเลื่อนการเลือกตั้ง
“สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพรุ่งนี้มองว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม และคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้จนถึงช่วงกลางปีหน้า เพื่อลดแรงกดดันที่ทางกระทรวงการคลังส่งสัญญาณเรื่องการปรับฐานอัตราเงินเฟ้อกรอบล่าง รวมถึงปัจจัยบวกจากแนวโน้มค่าเงินบาทมีสัญญาณอ่อนค่า การส่งออกยังเติบโตดี ส่วนกรณีที่ธปท.รายงานว่ามีธนาคารพาณิชย์บางแห่งมีพฤติกรรมสนับสนุนให้ลูกค้าผู้ฝากเงินหลีกเลี่ยงการชำระภาษีเงินได้จากดอกเบี้ยรับส่วนที่เกินกว่า 20,000 บาทนั้น มองว่ามีผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากเป็นการออกคำตักเตือนของธปท. ซึ่งยังไม่มีมาตรการออกมากดดันการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้พบว่าราคาหุ้นกลุ่มธนาคารไม่ได้ปรับลดลง ภาพรวมจึงยังไม่น่าจะมีอะไร” นายประกิตกล่าว

