“ฐากร”ชี้โทรคมนาคมครอบคลุมหนุนอันดับแข่งขันไทยขยับที่ 32 ของโลก

28.09.17 | 10:00 น.

รายงานของสภาเศรษฐกิจโลก ปี 2560-2561 เผยโครงสร้างพื้นฐานและความพร้อมด้านเทคโนโลยีในกิจการโทรคมนาคมดันไทยขยับจากอันดับที่ 34 มาอยู่ที่อันดับ 32 ของโลก จากผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ ด้วยดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขัน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2560 สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum:WEF) ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ออกรายงานผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ ทั่วโลก จากดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขัน(Global Competitiveness Index: GCI) ประจำปี 2560-2561 ของ 137 ประเทศทั่วโลก โดยพิจารณาปัจจัยการพัฒนาประเทศที่จะส่งเสริมให้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและมีความยั่งยืนด้วยเกณฑ์ชี้วัดที่ประเมิน 114 ตัวชี้วัด แบ่งกลุ่มเป็นดัชนีย่อย 12 ด้าน อาทิ สภาพแวดล้อมด้านสถาบัน โครงสร้างพื้นฐาน สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาค การสาธารณสุขและการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาขั้นสูงและการฝึกอบรม ความมีประสิทธิภาพของตลาดสินค้า ตลาดแรงงาน การพัฒนาตลาดเงิน ความพร้อมทางด้านเทคโนโลยี ขนาดของตลาด ความเชี่ยวชาญทางธุรกิจ และนวัตกรรม ซึ่งผลปรากฏว่า ประเทศไทยขยับอันดับดีขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 32 ของโลก จากเดิมอยู่ที่อันดับ 34 เมื่อปี 2559-2560 ในขณะที่ประเทศใกล้เคียงในกลุ่มอาเซียนนั้น ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 3 ของกลุ่ม รองจากประเทศสิงคโปร์ ที่อยู่ในอันดับที่ 3 ของโลก และประเทศมาเลเซีย ที่อยู่ในอันดับที่ 23 ของโลก สำหรับประเทศอื่นในอาเซียน ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย อยู่ที่อันดับที่ 36 บรูไน อันดับที่ 46 และประเทศเวียดนาม อันดับที่ 55 ฟิลิปปินส์ อันดับที่ 56 เป็นต้น

นายฐากร กล่าวว่า กิจการโทรคมนาคม อยู่ในตัวชี้วัดย่อย 2 ด้าน คือ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และความพร้อมด้านเทคโนโลยี (Technological readiness) โดยสำหรับประเทศไทย ตัวชี้วัดด้านโทรคมนาคมที่ปรากฏในรายงานของสภาเศรษฐกิจโลก แสดงถึงแนวโน้มที่ทำให้ค่าคะแนนของประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมากใน 2 ด้าน คือ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ในส่วนของจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อจำนวนประชากร สูงอยู่ในอันดับที่ 5 จากเดิมที่อยู่ในอันดับที่ 55 ของโลก และด้านเทคโนโลยี ประเทศไทยมีจำนวนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตต่อจำนวนประชากรอยู่ในอันดับที่ 86 ของโลก จำนวนผู้ลงทะเบียนใช้บริการอินเตอร์เน็ตประจำที่ต่อจำนวนประชากรอยู่ในอันดับที่ 69 ของโลก จำนวนอินเตอร์เน็ตแบนด์วิทอยู่ในอันดับที่ 75 ของโลก และจำนวนผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตเคลื่อนที่ต่อจำนวนประชากรสูงอยู่ในอันดับที่ 24 ของโลก จากเดิมอยู่ในอันดับที่ 34

จากรายงานฉบับดังกล่าว ในส่วนของภาคโทรคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเตอร์เน็ตเคลื่อนที่จากนโยบายการจัดสรรคลื่นความถี่และการเปิดให้บริการ 3G/4G ซึ่งความครอบคลุมของบริการย่อมส่งผลต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงนโยบายการสนับสนุนการลงทุนด้านดิจิทัล และการเปิดให้บริการจัดเก็บข้อมูล(คลาวด์)ของรัฐบาลด้วย ซึ่งถือได้ว่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเป็นหนึ่งในกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศที่จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน

“เชื่อว่าในปีต่อๆ ไปภายหลังจากโครงการจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงและสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้านและนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยการติดตั้งโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงให้เข้าถึง 30,000 หมู่บ้าน การติดตั้งอินเตอร์เน็ตไร้สายที่ไม่คิดค่าใช้บริการ (Free-WiFi) 10,000 จุด รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชน 600 แห่งแล้วเสร็จ ยิ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการดิจิทัลได้มากยิ่งขึ้น ก็จะยิ่งส่งผลทำให้การจัดอันดับของประเทศไทยดีขึ้นอีก” นายฐากร กล่าว

Advertisement