“บีทีเอส-แสนสิริ”สานต่อร่วมทุนระยะยาว-ปลื้มกระแสตอบรับเดอะไลน์จตุจักรหมอชิตลูกค้าตอบรับดีปีหน้าพร้อมโอน

28.09.17 | 14:56 น.

นายกวิน กาญจนพาสน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บีทีเอสและแสนสิริมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในทำเลที่สะดวกต่อการเดินทาง และคุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาว โครงการ เดอะ ไลน์ จตุจักร–หมอชิต ถือเป็นโครงการแรกที่ร่วมกันพัฒนเมื่อ 2 ปีก่อน โดยพร้อมจะสานต่อความสำเร็จนี้ ด้วยความแข็งแกร่งในด้านเงินทุนของกลุ่มบริษัทบีทีเอส รวมถึงการมีที่ดินทำเลดีที่พร้อมพัฒนาอยู่ในมือ เมื่อผนวกรวมกับความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของแสนสิริ เพื่อการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ต่อไปในอนาคต

นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้นำโครงการเดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต เปิดตัวในปี 2558 และสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในแวดวงอสังหาฯไทยเป็นครั้งแรกด้วยการเปิดขายพร้อมกันทั้ง 3 ประเทศ คือประเทศไทย ฮ่องกง และสิงคโปร์ มีลูกค้าต่างชาติให้ความสนใจโครงการและเข้าร่วมงานโรดโชว์กว่า 2,500 ราย โดยสัดส่วนผู้ซื้อโครงการเป็นคนไทย 85% และชาวต่างชาติ 15% และในอนาคตยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์เดอะ ไลน์ และแบรนด์อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ตามแผนลงทุน 5 ปี ที่วางไว้ไม่ต่ำกว่า 25 โครงการ มีมูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านบาท โดยในปีหน้ามีแผนที่จะโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมภายใต้บริษัท บีทีเอส แสนสิริ โฮลดิ้ง กรุ๊ป จำกัด เพิ่มอีก3 โครงการ ได้แก่ เดอะ ไลน์ ราชเทวี, เดอะ ไลน์ อโศก – รัชดา และโครงการเดอะ เบส การ์เดน – พระราม 9 โดยมีรวมมูลค่ากว่า 10,200 ล้านบาท และปัจจุบันมียอดขายรอรับรู้รายได้ของบริษัทร่วมทุนกับบีทีเอสที่จะรอการรับรู้รายได้ใน 3 ปี อีก 24,000 ล้านบาท

นายอภิชาติกล่าวว่า เดอะ ไลน์ จตุจักร – หมอชิต เป็นคอนโดมิเนียมแบบไฮไรส์สูง 43 ชั้น จำนวน 841 ยูนิต มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 25.25 – 105.75 ตร.ม ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดกว่า 4 ไร่ ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีหมอชิต และรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสวนจตุจักร พร้อมสกายวอล์คจากบีทีเอสสถานีหมอชิตเชื่อมต่อโครงการผ่านคอมมูนิตี้ มอลล์ด้านหน้าโครงการเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้อยู่อาศัยในโครงการมากขึ้น โดยมีพร้อมใช้งานในต้นปี 2561

นางสาววรางคณา อัครสถาพร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีทีเอส แสนสิริ โฮลดิ้ง กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า โครงการเดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต เป็นตัวเลือกที่ให้ความคุ้มค่ามาก เมื่อพิจารณาจากจุดแข็งด้านต่าง ๆ ของโครงการในแง่ของการอยู่อาศัยด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนศูนย์กลางการคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในไทย ทั้งยังเป็น Smart Condo แห่งแรกของแสนสิริที่เราเพิ่มเติมเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่เราให้ตลอดสองปีในการก่อสร้างทั้งนี้ ปัจจัยแห่งความสำเร็จของโครงการเดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต 1.ความเชื่อมั่นในศักยภาพของแบรนด์บีทีเอสและแสนสิริ – การผนึกกำลังระหว่างบีทีเอส ที่มีความแข็งแกร่งในด้านเงินทุนและทีดินทำเลศักยภาพ กับแสนสิริที่เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยมาหลายทศวรรษ เป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นในตัวแบรนด์สำหรับผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทำให้มีผู้สนใจโครงการตั้งแต่ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ 2.ศักยภาพด้านทำเลพหลโยธิน-ลาดพร้าว ถือได้ว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงมากในระยะยาว ด้วยโครงการศูนย์คมนาคมพหลโยธิน หรือสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเมื่อเสร็จสมบูรณ์ จะทำให้พื้นที่นี้เป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมขนส่งที่สำคัญและใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เป็นทั้งจุดเชื่อมโยงรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ รถไฟจากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาค และรถไฟความเร็วสูงครอบคลุม 4 เส้นทางทั่วทุกภาค และมีแผนการขยายเส้นทางถึงประเทศเพื่อนบ้านด้วย ที่สำคัญยังเป็นชุมทางรถโดยสารสาธารณะทางด่วน 2 สาย จึงทำให้มีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ในบริเวณโดยรอบเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งราคาที่ดินและราคาขายเฉลี่ยคอนโดมิเนียมที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นมี Gross Rental Yield เฉลี่ยอยู่ที่ 5-6 % ต่อปี สำหรับโครงการ เดอะ ไลน์ จตุจักร – หมอชิต มีราคาเฉลี่ยที่ประมาณ 170,000 บาท/ตร.ม เมื่อตอนเปิดโครงการปี 2558 และปัจจุบันราคาพุ่งขึ้นเป็น 185,000 ล้านบาท/ตร.ม. หรือประมาณ 10% และในอนาคตราคายังมีโอกาสที่จะขยับตัวได้อีกอย่างมาก หากแผนพัฒนาพื้นที่ตามแผนของรัฐบาลก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้โครงการยังรายล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียวจากสวนสาธารณะที่มีขนาด 700 ไร่ และวิวเมืองที่สวยงามโดดเด่น เมื่อพิจารณาทุกองค์ประกอบแล้ว จึงเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยเองและสำหรับการลงทุนในระยะยาว 3.Smart Condominium แห่งแรกของแสนสิริ – การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ประกอบด้วย