ที่กระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่เวลา 09.30 น.นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ประชุมทางไกลผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ กับพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นศูนย์รับเรื่องและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานและปัญหาการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้าซื้อสินค้าในโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ที่เริ่มในวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ พาณิชย์จังหวัดส่วนใหญ่ รายงานว่าผู้ถือบัตรจำนวนมากไม่รู้วงเงินที่ชัดเจนของตนเองว่าสามารถใช้ซื้อสินค้าได้ 200 บาท หรือ 300 บาท ทำให้เกิดความล่าช้าในการซื้อสินค้า รวมทั้งคิดว่าใช้บัตรได้เพียงวันเดียว เนื่องจากแต่ละร้าน มีผู้ใช้บัตรจำนวนมาก โดยสินค้าที่มียอดซื้อสูงสุด คือ กลุ่มอาหาร เช่น ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำปลา และน้ำมันพืช เป็นต้น รองลงมาเป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ได้กำชับให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เน้นย้ำร้านค้าให้ช่วยตรวจสอบวงเงินของผู้ซื้อให้ชัดเจนก่อน เพื่อความรวดเร็วในการซื้อสินค้า รวมทั้งเข้มงวดการซื้อสินค้าที่จำเป็นตามที่กำหนดด้วย ส่วนจำนวนร้านค้า ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ ส่งรายชื่อร้านค้าให้กับกรมบัญชีกลางแล้ว 15,489 ร้าน จากจำนวนร้านที่สนใจเข้าร่วมโครงการกว่า 21,000 ร้าน และกรมบัญชีกลางมีการติดตั้งเครื่องรูดบัตรอิเล็คทรอนิกส์(อีดีซี)แล้ว 5,000 ร้านค้า โดยระยะแรกเน้นในพื้นที่ห่างไกลและต้องครอบคลุมในทุกตำบล รวมทั้งติดตั้งเครื่องให้สอดคล้องกับปริมาณผู้ใช้สิทธิ์ให้รวดเร็วที่สุด ส่วนรถเคลื่อนที่ธงฟ้า จะเริ่มทยอยปล่อยขบวนปลายสัปดาห์นี้ เพื่ออุดช่องโหว่ในพื้นที่ ที่ยังไม่มีร้านค้าธงฟ้าประชารัฐเพียงพอกับผู้ถือบัตรสวัสดิการ
สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 7 จังหวัด ที่จะเริ่มใช้บัตรสวัสดิการได้ในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ก็กำลังเร่งดำเนินการประสานติดตั้งเครื่องอีดีซี เพื่อให้ทันช่วงเปิดใช้ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯมอบให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นผู้ดูแล ซึ่งมีจำนวนร้านค้าเข้าร่วมโครงการแล้ว 600 ร้าน จากเป้าหมาย 800 ร้านค้า

