กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2559 ที่ทำเนียบรัฐบาล ตอนหนึ่งได้พูดถึงการได้รับแจ้งจากประชาชนร้องเรียนค่าแท็กซี่แพง มิเตอร์วิ่งเร็ว รวมถึงการปฏิเสธผู้โดยสาร โดย พล.อ.ประยุทธ์เสนอแนวคิดต้องเอาให้เข็ดหลาบด้วยการสั่งพักหยุดขับรถแท็กซี่ประมาณ 15-30 วัน และอาจถึงขั้นยึดใบขับขี่นั้น
นางเกษมศานต์ ชมภูแดง ผู้จัดการสหกรณ์ภูมิพลังแท็กซี่ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันจำนวนคนขับแท็กซี่ในกรุงเทพฯมีประมาณ 100,000 คน มีเพียง 1-2% ที่อาจมีการดัดแปลงมิเตอร์หรือปฏิเสธผู้โดยสาร ซึ่งการปฏิเสธก็มีหลายประเด็น อาทิ บางกรณีที่ผู้โดยสารเมาแล้วอาเจียนในรถ หรือวัยรุ่นเกิน 5 คนเรียกรถไปเส้นทางเปลี่ยว ส่วนปัญหามิเตอร์ขึ้นเร็วทำให้ค่าโดยสารแพงขึ้น อาจมีการปรับมิเตอร์หรือทำมิเตอร์เทอร์โบ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแน่นอน หากพบจะมีการตักเตือนและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดี
“ทางสหกรณ์ภูมิพลังฯ กำชับผู้ขับแท็กซี่จะต้องรับผิดชอบผู้โดยสาร เนื่องจากเป็นรถสาธารณะต้องมีจรรยาบรรณในการขับขี่และมีระเบียบวินัย ถ้าปฏิเสธผู้โดยสารแล้วจะไปหาเงินมาจากไหน” นางเกษมศานต์กล่าว
นางเกษมศานต์กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 14 มีนาคมนี้ ทางกรมการขนส่งทางบกและผู้ประกอบการแท็กซี่จะประชุมร่วมกันตามวาระปกติ โดยมีนายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร ผู้อำนวยสำนักการขนส่งผู้โดยสาร เป็นประธานสหกรณ์อาจจะเสนอเรื่องการปรับราคาแท็กซี่อีกครั้งหลังเคยเสนอไปหลายครั้งแล้ว เพราะยังมีปัญหารายได้จากการขับแท็กซี่ไม่เพียงพอกับค่าครองชีพ แม้ว่าราคาน้ำมันหรือก๊าซจะลดลงก็ตาม
ด้านนายศดิศ ใจเที่ยง นายกสมาคมแท็กซี่สาธารณะไทย กล่าวว่า กรณีปัญหาที่ควรจะมีการดีเบตกันระหว่างผู้ประกอบการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด อาทิ การออกใบประกอบวิชาชีพให้กับคนขับแท็กซี่ให้เป็นมาตรฐานและมีคุณภาพเช่นเดียวกับอาชีพอื่นๆ มองว่าถ้าสามารถแก้ปัญหาได้ ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นจะน้อยลง ทั้งนี้ การปรับค่ามิเตอร์ควรให้มีราคาเหมาะสมทั้งคนขับและผู้โดยสาร เนื่องจากเพดานค่าโดยสารที่ระบุไว้ตามกฎหมายคือกิโลเมตรละ 12 บาท ควรปรับเป็นมิเตอร์เริ่มต้นที่ 35 บาท หากวิ่ง 1-10 กิโลเมตรแรก คิดอัตรา 7.5-8 บาท 11-20 กิโลเมตร คิดอัตรา 8.5 บาท และ 21-30 กิโลเมตร คิดอัตรา 9-9.5 บาท เคยเสนอที่ประชุมในครั้งก่อนๆ แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
นายพัลลภ ฉายินธุ คณะบริหารงานจัดระเบียบแท็กซี่สุวรรณภูมิ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงไม่ได้แก้ปัญหาตรงจุดหรือจริงจัง ทั้งที่มีข้อมูลทุกอย่าง เคยเรียกผู้ประกอบการแท็กซี่เข้าร่วมประชุมกันหลายครั้งแล้ว เมื่อมีข้อเสนอจากผู้ประกอบการใหม่ก็วนไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ มองว่าควรจัดทำโมเดลขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา ในเมื่อทราบอยู่แล้วว่าค่าโดยสารไม่เป็นธรรม ไม่คุ้มต้นทุน แต่การแก้ปัญหาก็ถูกปัดมาเรื่อย ปัญหาก็วนกลับไปที่เดิมว่าทำไมคนขับแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร แต่ไม่มองว่าการที่คนขับแท็กซี่ปฏิเสธเป็นเพราะอะไร
“ข้าวแกงจานละ 40 บาท มิเตอร์เริ่มต้น 35 บาท แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบอกว่ายังปรับค่ามิเตอร์ขึ้นไม่ได้ เพราะประชาชนเดือดร้อน แต่อยากให้มองในมุมหนึ่งเหมือนกันว่าคนขับแท็กซี่ก็มีครอบครัว มีค่าใช้จ่าย” นายพัลลภกล่าว

