‘สรท.’เพิ่มเป้าส่งออกปีนี้โต 6%-แต่หากบาทอ่อนค่าอาจได้เห็นตัวเลขโต7%

3.10.17 | 14:49 น.

นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก กล่าวว่า การส่งออกเดือนสิงหาคม 2560 ที่มีมูลค่า 21,224 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 13.2% และส่งออก 8 เดือนแรกปีนี้มีมูลค่า 153,623 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 8.9% เป็นตามเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญของไทยขยายตัวต่อเนื่องตามเศรษฐกิจโลก และคุณภาพสินค้าไทยป็นที่ยอมรับ ตลาดยังมีความต้องการสินค้า โดยเฉพาะประเทศที่เจอภัยธรรมชาติ เมื่อเห็นตัวเลขทำให้สภาผู้ส่งออกปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวมูลค่าส่งออกทั้งปีนี้จะไม่ต่ำกว่า 6% อย่างแน่นอน จากเดิม 5% หาก 4 เดือนที่เหลือปีนี้ ส่งออกได้ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน จะทำให้ทั้งปีนี้ส่งออกขยายตัวถึง 6.9% สอดคล้องกับภาครัฐที่ประเมินว่าส่งออกทั้งปีจะขยายตัว 7-8% เนื่องจากเห็นปัจจัยบวกหลายประการ ทั้งการส่งออกทุกกลุ่มสินค้าขยายตัว และการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้า ทั้งสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น และซีแอลเอ็มวี ดีขึ้น การปรับตัวของสินค้าไทยไปสู่ระบบดิจิทัลที่ตอบความต้องการโลก เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า มีมากขึ้น และทิศทางราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น

นางสาวกัณญภัคกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยลบต่อการส่งออกที่ต้องติดตาม คือ เรื่องของค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าและมีความผันผวนระยะสั้น มาตรการกีดกันการค้าและการตอบโต้ของประเทศคู่ค้า เช่น สหรัฐฯ อยู่ระหว่างออกประกาศ เซฟการ์ส่งออกเครื่องซักผ้าจากไทยไปสหรัฐ การขาดแคลนตู้สินค้าที่ส่งออก เพราะช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมจะส่งออกสูงมาก จึงขอความร่วมมือสายเรือเตรียมตู้ให้พร้อมรองรับผู้ส่งออกด้วย รวมถึงการเมืองระหว่างประเทศของสหรัฐและเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการส่งออกทั่วโลก

นางสาวกัณญภัคกล่าวว่า ยังมีปัจจัยในประเทศต้องติดตามที่อาจจะเป็นอุปสรรคต่อภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการในเรื่องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ศุลกากร พ.ศ.2560 ซึ่งจะมีผลต่อการนำเข้าวัตถุดิบ และนักลงทุนไทยที่ไปลงทุนต่างประเทศ โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่ต้องระวังเรื่องการเคลื่อนย้ายสินค้าจากจีนตอนใต้เข้าไทย แต่ไม่ได้เข้าพื้นที่อีอีซี พ.ร.บ.สรรพสามิต อาจมีผลกระทบการนำเข้าส่งออก ในด้านต้นทุนและระยะเวลาการปรับตัว และ พ.ร.บ.การบริหารจัดการน้ำ ซึ่งยังไม่ชัดเจน หากเป็นตามร่างอาจกระทบห่วงโซ่อุปทานการผลิตและการส่งออกได้