หน้าแรก เศรษฐกิจ รถไฟประกาศเพิ...

รถไฟประกาศเพิ่มขบวนรับส่งประชาชนร่วมงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ

3.10.17 | 16:20 น.

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า รฟท.ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ดำเนินการจัดทำซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ ภายในโถงกลางสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เพื่ออำนวยความสะดวก สำหรับประชาชนที่เดินทางโดยรถไฟและประชาชนในเขตพื้นที่ใกล้เคียง ที่จะเดินทางเข้ามาร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและแสดงความอาลัย สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยและ รฟท.ที่ได้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท


นายอานนท์กล่าวว่า รฟท.ได้เตรียมความพร้อมในการรองรับการเดินทางของประชาชนที่จะเดินทางมาจากต่างจังหวัดและปริมณฑล เพื่อร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในการดูแลรักษาความปลอดภัยประจำสถานีและบนขบวนรถ ให้ได้รับความสะดวก เพียงพอ และปลอดภัย โดยการเพิ่มขบวนรถเร็วพิเศษช่วยการโดยสาร ชั้น 3 จากต่างจังหวัดและขบวนรถดีเซลรางจากเขตปริมณฑล (เป็นขบวนรถให้บริการฟรี) รวมทั้งการพ่วงตู้โดยสารเพิ่มไปกับขบวนรถด่วนและรถเร็วที่มีเดินประจำ ในระหว่างวันที่ 23-31 ตุลาคม 2560 ดังนี้

สำหรับการเดินทางจากต่างจังหวัด-กรุงเทพฯ ได้เพิ่มขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร ชั้น 3 (ขบวนรถให้บริการฟรี) จำนวน 22 ขบวนต่อวัน ดังนี้ คือ วันที่ 22, 24 และ 27 ตุลาคม 2560 ได้จัดขบวนรถไฟเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จะออกเวลา 16.00 น. ถึง กทม. 06.50 น. เส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ออก 16.10 น. ถึง 03.45 น. เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย ออก 16.20 น. ถึง 05.05 น. เส้นทางกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ออก 12.00 น. ถึง 04.55 น.

ส่วนวันที่ 23, 25 และ 28 ตุลาคม 2560 จะให้บริการเส้นทางเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ออก 16.00 น. ถึง 07.00 น. เส้นทางอุบลราชธานี-กรุงเทพฯ ออก 16.00 น. ถึง 03.40 น. เส้นทางหนองคาย-กรุงเทพฯ ออก 16.30 น. ถึง 03.55 น. และเส้นทางหาดใหญ่-กรุงเทพฯ ออก 13.10 น. ถึง 06.00 น.

Advertisement

สำหรับการเดินทางจากปริมณฑล-กรุงเทพฯ ได้เพิ่มขบวนรถดีเซลราง (ขบวนรถให้บริการฟรี) รับ-ส่ง จำนวน 18 ขบวนต่อวัน จากสถานีอยุธยา นครปฐม ฉะเชิงเทรา ดังนี้ ขบวนรถพิเศษปริมณฑล-กรุงเทพฯ-อยุธยา (ไป-กลับ 6 ขบวนต่อวัน) ดังนี้ เส้นทางกรุงเทพฯ-อยุธยา 3 เที่ยว คือ เวลาออก คือ 06.05 น. 12.00 น. และ 19.00 น. ส่วนเส้นทางอยุธยา-กรุงเทพฯ มี 3 เที่ยวเช่นกัน เวลาออก 08.00 น., 14.10 น. และ 21.00 น.

ส่วนขบวนรถพิเศษปริมณฑล ธนบุรี-นครปฐม (ไป-กลับ 6 ขบวนต่อวัน) ดังนี้ เส้นทางกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา มี 3 เที่ยว ออกเวลา 21.00 น. 11.00 น. และ 16.35 น. ส่วนเส้นทางฉะเชิงเทรา-กรุงเทพฯ มี 3 เที่ยว ออกเวลา 09.05 น. 13.30 น. และ 18.30 น. โดยทั้งสามสถานี คือ สถานีอยุธยา นครปฐม และฉะเชิงเทรา จัดเป็นจุดเชื่อมโหมดการเดินทาง เพื่อให้จังหวัดใกล้เคียง สามารถบริหารจัดการนำประชาชนที่เดินทางโดยรถโดยสารต่างๆ มาเดินทางต่อกับขบวนรถไฟเข้าสู่กรุงเทพมหานครได้อย่างสะดวก

“เบื้องต้นสรุปรวมจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางกับขบวนรถที่เดินเป็นประจำอีกจำนวน 244 ขบวน และพ่วงตู้โดยสารเพิ่ม 1-2 ตู้ไปกับขบวนรถด่วนและขบวนรถเร็วให้เต็มหน่วยกำลังลากจูง จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้วันละ 117,638 คน” นายอานนท์กล่าว

นายอานนท์กล่าวต่อว่า รฟท.ได้กำหนดขบวนรถขาเข้าสถานีกรุงเทพฯ (เที่ยวล่อง) ทุกขบวน หยุดส่งผู้โดยสารที่ที่หยุดรถยมราช เพื่อเพิ่มจุดเชื่อมต่อการเดินทาง โดยมีการจัดเต็นท์อำนวยการ ที่พักคอยการโดยสาร ไฟฟ้าส่องสว่าง การปรับปรุงชานชาลาที่ป้ายหยุดรถยมราช รวมทั้งจัดให้มีรถ Shuttle Bus ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางที่สถานีกรุงเทพฯ ชุมทางบางซื่อ ที่หยุดรถยมราช วงเวียนใหญ่ ศาลายา โดยมีรถ Shuttle Bus หมุนเวียนรับผู้โดยสารตั้งแต่เวลา 05.00-18.00 น. ยกเว้นสถานีกรุงเทพฯ มีรถ Shuttle Bus ให้บริการถึงเวลา 21.00 น. โดย Shuttle Bus จะออกทุกๆ 5-10 นาที หรือเต็มแล้วออก ส่วนสถานีธนบุรี สามารถเชื่อมต่อโดยเรือข้ามฟาก ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.

นอกจากนี้ ได้อำนวยความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมที่สถานี ได้แก่ ห้องสุขา ไฟฟ้าส่องสว่าง พัดลมระบายอากาศ ที่เก็บขยะมูลฝอย ป้ายบอกทิศทาง ที่พักคอยการโดยสาร การปรับปรุงชานชาลา สถานที่จอดรถ การจัดหน่วยแพทย์พยาบาล ในด้านความปลอดภัยได้เพิ่มกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่ดูแลประจำสถานีและบนขบวนรถ พร้อมทั้งประสานงานไปยังผู้บังคับการตำรวจรถไฟ เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติงานให้ประชาชนได้รับความสะดวก และปลอดภัยมากที่สุด

สำหรับประชาชนที่จะเดินทางไปกับขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร หรือขบวนรถไฟฟรีที่ขยายอายุต่อไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560 สามารถนำบัตรประชาชนติดต่อขอรับตั๋วโดยสารในวันเดินทางได้ที่สถานีรถไฟทั่วประเทศ ทั้งนี้ รฟท.ได้ประกาศงดเดินขบวนรถนำเที่ยวกรุงเทพฯ–สวนสนประดิพัทธ์ กรุงเทพฯ–น้ำตกไทรโยค ในวันที่ 21, 22, 23, 26, 28, 29 ตุลาคม 2560 และงดเดินขบวนรถจักรไอน้ำ ในวันที่ 23 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์