นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า มหาวิทยาลัยตั้งเป้าหมายทำงานร่วมกับภาครัฐ ที่จะสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่รวมถึงสตาร์ตอัพ 20-30 ราย ภายใน 3-5 ปีนี้ ซึ่งจะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 3 หมื่นล้านบาท โดยมหาวิทยาลัยจะทำงานผ่านศูนย์สร้างผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม (IDE Center) ซึ่งมหาวิทยาลัยก่อตั้งมาได้ 3 ปีแล้ว จะเน้นการอบรมและบ่มเพาะทั้งบุคคลทั่วไปที่สนใจ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา และนักศึกษา ให้สามารถพัฒนาตนเองก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการตัวจริงได้ ไม่ใช่เพียงเจาะตลาดในประเทศ แต่สามารถขยายธุรกิจ จับตลาดต่างประเทศได้ที่มีขนาดเกิน 10-50 ล้านคน ในปีนี้ IDE Center ตั้งเป้าหมายอบรมผู้ที่สนใจเป็นผู้ประกอบการให้ได้ 1,000 ราย ในจำนวนนี้จะมีอย่าางน้อย 5 รายที่สามารถจดทะเบียนและทำธุรกิจได้จริงในปีนี้
นายธนวรรธน์กล่าวอีกว่า ในการอบรมบ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ จะเน้นสร้างชุดแนวคิดใหม่ ว่าคนไทยก็สามารถเป็นผู้ประกอบการได้ และคนไทยเองก็สามารถสร้างสินค้าเจาะตลาดโลกได้ ต่างจากแนวคิดเดิมๆ ที่เชื่อว่า คนไทยไม่ค่อยทำมาค้าขายและเป็นผู้ประกอบการไม่ได้ ขณะเดียวกันก็จะมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการทำธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงดำเนินธุรกิจได้ นอกเหนือจากการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ผ่านศูนย์ดังกล่าวแล้ว มหาวิทยาลัยยังได้ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สหรัฐอเมริกา โดยนำแนวทางการสร้างพวกการรุ่นใหม่จาก MIT มาประยุกต์ใช้ และมีผู้ฝึกสอนและฝึกอบรมร่วมทำงานด้วย พร้อมกันนั้นการขับเคลื่อนเพื่อสร้างประกอบการรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้เศรษฐกิจประเทศเติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 5%นั้น มหาวิทยาลัยยังร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในไทย เพื่อส่งเสริมด้านความรู้ และวิชาการ และได้ดึงภาคเอกชนมาร่วมลงทุนในธุรกิจของผู้ประกอบการรุ่นใหม่และสตาร์ตอัพด้วย ขณะนี้มีเอกชนสนใจร่วมลงทุนและมอบเงินไว้ให้ศูนย์เป็นทุนสำหรับดำเนินการบ่มเพาะแล้ว 1.5 ล้านบาท
นายศักดิพล เจือศรีกุล ผู้อำนวยการ IDE Center กล่าวว่า ในปีนี้ทางศูนย์ยังได้จัดโครงการ IDE Accelerator เพื่อสร้างผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยเปิดรับสมัครประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ส่งประกวดแผนธุรกิจ เริ่มรับสมัครตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา จนถึง 15 ตุลาคมนี้ โดยจะได้รับการฝึกอบรม พัฒนา และบ่มเพาะไปจนถึงการสรรหาและสนับสนุนแหล่งทุน ใช้ระยะเวลาดำเนินโครงการ 4 เดือน เพื่อหาผู้ชนะใน 3 ด้าน คือ 1.ธุรกิจที่มีศักยภาพสูง 2.ธุรกิจเพื่อสังคม และ 3.ผู้ประกอบการที่จะได้ร่วมอบรมกับ MIT ซึ่งเชื่อมผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมทั่วโลกอีกด้วย

