นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)ที่มี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นชอบตรึงราคาซื้อตั้งต้นก๊าซปิโตรเลียม หรือก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ประจำเดือนตุลาคม 2560 ไว้ที่ 21.15 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) แม้ต้นทุนแอลพีจีจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยแอลพีจีเดือนตุลาคม 2560 อยู่ที่ 577 เหรียญสหรัฐต่อตัน จากเดือนกันยายน 2560 อยู่ที่ 490 เหรียญสหรัฐต่อตัน จนต้นทุนเนื้อก๊าซฯปรับเพิ่มขึ้นถึง 3.0246 บาทต่อกก. แต่กบง.ตัดสินใจใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง บัญชีแอลพีจีเพิ่มการอุดหนุนอีก 3.0246 บาทต่อกก. จากเดิมอุดหนุนอยู่ที่ 3.5719 บาทต่อกก. รวมเป็นอุดหนุน 6.5965 บาทต่อกก.
“เหตุผลที่กบง.ตัดสินใจตรึงราคาเพราะต้องการดูแลค่าครองชีพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้บัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยที่ต้องปรับตัวระยะหนึ่งก่อน แต่อยากให้ประชาชนติดตามราคาพลังงาน โดยเฉพาะแอลพีจีตลาดโลกที่แนวโน้มสูงมาก โดยช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 200 เหรียญสหรัฐต่อตัน สูงเป็นประวัติการณ์ หากยังสูงระดับนี้จะทำให้อีก3เดือนข้างหน้าราคาตลาดโลกมีโอกาสแตะถึง 900 เหรียญสหรัฐต่อตัน ดังนั้นควรประหยัด ดูแลรักษารถ และใช้บริหารระบบขนส่งสาธารณะ เพราะราคาพลังงานมีโอกาสสูงขึ้นแน่นอน”นายทวารัฐกล่าว
ทั้งนี้ผลจากการอุดหนุนดังกล่าวทำให้กองทุนน้ำมันฯ บัญชีแอลพีจี มีภาระเงินไหลออกรวมสูงถึง 913 ล้านบาทต่อเดือน จากฐานะ ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2560 อยู่ที่ 5,342 ล้านบาท ขณะที่บัญชีน้ำมันของน้ำมันสำเร็จรูปมีฐานะอยู่ที่ 32,622 ล้านบาท

