นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ(จีไอที) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสถาบันเร่งจัดทำแผนดำเนินการตามยุทธศาสตร์การส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยของปี2561 และเป้าหมายศูนย์กลางค้าอัญมณีและเครื่องประดับโลกปี 2564 ประกอบด้วย การเพิ่มศักยภาพและสร้างตลาดให้กับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับให้เป็นสากล และเพิ่มช่องทางการตลาด การสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยเพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับโลก และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคทั้งเรื่องคุณภาพมาตรฐาน การพัฒนาการตลาดยุคใหม่ ผ่านระบบออนไลน์ การเพิ่มขีดความสามารถวิจัยและนวัตกรรมด้านอัญมณีและเครื่องประดับอย่างครบวงจร รวมถึงการเป็นหน่วยงานกลางอย่างมืออาชีพ ในการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสถาบันจีไอทีเป็นสมาชิกห้องปฏิบัติการอัญมณีแนวหน้า 1 ใน 5 ของโลก และแล็บเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO 17025
ทั้งนี้ ตลอดปี 2561 ทางสถาบันเตรียมจัดโครงการต่างๆ ดังนี้ 1.พัฒนาผู้ประกอบการใน 6 ภูมิภาค โดยขณะนี้ได้ลงพื้นที่ดำเนินงานและติดตามประเมินผล ตามแผนการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ในส่วนภูมิภาคเริ่มจาก ต.ด่านเกวียน จ.นครราชสีมา อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ถนนวัวลาย จ.เชียงใหม่ จ.จันทบุรี และ จ.ภูเก็ต เป็นต้นจากนั้นสถาบันเร่งออกแบบและจัดทำหลักสูตรด้านอัญมณีและเครื่องประดับที่ให้ความรู้แบบครบวงจรทั้งด้านการผลิต การออกแบบ ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติจริง เพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาดและเพิ่มมูลค่า
2.Gems & Jewelry Training Institute เป็นสถาบันที่เน้นการเรียนการสอนทั้งด้านเทคนิคการผลิต การออกแบบ และการสร้างแบรนด์ และยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเจียระไนเพชร พลอย ที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยสอนตั้งแต่ระดับช่างฝืมือ พนักงานขาย ไปจนถึงผู้ประกอบการ 3.แผนยกระดับคุณภาพและมาตรฐานโลหะมีค่า เช่น ทอง เงิน แพลทินัม ฯลฯ โดยวิธีการตรวจสอบความบริสุทธิ์ของโลหะมีค่า และการนำระบบ Hallmark มาใช้ในประเทศไทยโดยการสมัครใจ พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้ประกอบการภายในประเทศเพื่อเพิ่มคุณภาพในตัวเครื่องประดับ ซึ่งจะทำให้เพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกเครื่องประดับมากยิ่งขึ้น Hallmark เป็นตราสัญลักษณ์ที่ตอกหรือประทับ ลงบนสินค้า เพื่อแสดงค่าความบริสุทธิ์ของโลหะมีค่า เป็นมาตรการสากลที่สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อ ตราที่ประทับนี้ประกอบไปด้วยตราหน่วยงานกลาง ซึ่งก็คือ GIT ตราความบริสุทธิ์ของโลหะมีค่าและตราของผู้ผลิต
4.การรวบรวมและจัดทำ ฐานข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับทั่วประเทศ ว่าแต่ละ Cluster มีจำนวนผู้ผลิต ผู้ค้าเท่าใด อยู่ที่ไหนบ้าง เพื่อเป็นฐานข้อมูลกลางของประเทศ ต่อไปจะเชื่อมโยงกับ google เช่น นักท่องเที่ยวอยากซื้อพลอย ก็กดดูได้ว่ามีที่ไหนที่ใกล้ๆ บ้าง จะเริ่มต้นจากจันทบุรีก่อน 5.Gems & Jewelry One Stop Service หรือ Help Desk บริการนี้จะเป็นส่วนช่วยให้คำแนะนำและช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างรวดเร็วและฉับไว ซึ่งจะเปิดให้บริการที่ชั้น 1 บริเวณห้องสมุด อัญมณีและเครื่องประดับ อาคารไอทีเอฟ สีลม โทร 0-2634-4999 ต่อ 411-412
6.ระบบ E-Services เชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านการตรวจสอบอัญมณีออนไลน์ ให้ผู้มาใช้บริการสามารถคลิกเข้ามาดูข้อมูลใบรายงานผลอัญมณี หรือโลหะมีค่าได้ 24 ชม. ซึ่งระบบนี้ GIT ได้สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ตามนโยบายการสร้างงานและบริการที่เป็นเลิศ เพื่อสนองความต้องการของผู้ประกอบการ และบุคคลทั่วไปที่ต้องการใช้บริการด้านการตรวจสอบอัญมณีและเครื่องประดับที่สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ตลอดทั้งกระบวนการ ซึ่งสามารถตรวจสอบสถานะการตรวจสอบได้ง่ายๆ เพียงใช้สแกน QR Code ของ Sample Tracking ก็ทราบได้ว่าอยู่ระหว่างสถานะใด และใช้เวลาเท่าไหร่ หรือเช็กความถูกต้องของใบรับรองการตรวจสอบได้ ผ่านระบบ E-Identification Reports ได้ตลอด 24 ชม.เช่นกัน
และ 7.งาน World Jewelry Confederation : CIBJO Congress 2017 ที่กรุงเทพมหานคร ถือว่าเป็นการประชุมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับวงการอัญมณีและเครื่องประดับโลก จัดวันที่ 2-7 พฤศจิกายน ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมจากทั้งในประเทศและต่างประเทศประมาณ 350 คน ในงานจะมีการอัพเดตทุกเรื่องราว ในทุกแง่มุมของอัญมณี เช่น ทับทิม ไพลิน ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ผ่านประสบการณ์ของนักวิชาการอัญมณี นักธุรกิจชั้นแนวหน้าของโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีและเครื่องประดับ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าพลอยสีชั้นนำของโลก สามารถส่งออกนำรายได้เข้าสู่ประเทศได้ปีละหลายแสนล้านบาท

