“เงินบาททยอยอ่อนค่า ขณะที่ ดัชนีตลาดหุ้นไทยทดสอบระดับ 1,700 จุดช่วงปลายสัปดาห์”
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทอ่อนค่ากว่าระดับ 33.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทเผชิญแรงขายเกือบตลอดสัปดาห์เช่นเดียวกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย เนื่องจากเงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่คาด อาทิ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ ตลอดจนข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชน ประกอบกับเจ้าหน้าที่เฟดยังคงส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในปีนี้ ทั้งนี้ กระแสข่าวที่ระบุว่านายเจอโรม พาวเวล ซึ่งมีแนวคิดแบบสายพิราบ หรือ Dovish อาจเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกเสนอชื่อให้เป็นประธานเฟดคนใหม่หลังนางเยลเลนหมดวาระลงนั้น กดดันเงินดอลลาร์ฯ ให้อ่อนค่าลงช่วงสั้นๆ กลางสัปดาห์ ก่อนที่เงินดอลลาร์ฯ จะฟื้นขึ้นอีกครั้งก่อนการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ
สำหรับในวันศุกร์ (6 ต.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 33.43 บาทต่อดอลลาร์ฯ จากระดับ 33.34 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (29 ก.ย.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (9-13 ต.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.30-33.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยอาจต้องจับตาการปรับตัวของตลาดเงินตลาดทุนในช่วงต้นสัปดาห์ที่ตอบรับสัญญาณจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ขณะที่ จุดสนใจในระหว่างสัปดาห์น่าจะอยู่ที่ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญในระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ย. สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนส.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นสำหรับเดือนต.ค. นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามรายงานการประชุมเฟด (ประชุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.) และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางยุโรปด้วยเช่นกัน
ส่วนดัชนีตลาดหุ้นไทยขยับเข้าใกล้ระดับ 1,700 จุด โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,695.97 เพิ่มขึ้น 1.36% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นประมาณ 0.42% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 57,072.17 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ปิดที่ 574.94 จุด เพิ่มขึ้น 0.75% จากสัปดาห์ก่อน
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นเกือบตลอดสัปดาห์ตามแรงซื้อก่อนการรายงานประกอบการบริษัทจดทะเบียนสำหรับไตรมาส 3/60 ประกอบกับหุ้นกลุ่มพลังงานได้รับอานิสงส์เพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมัน นอกจากนี้ ดัชนีหุ้นไทยยังปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศซึ่งได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่า แผนปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ มีโอกาสจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโดยสภาคองเกรส หลังสภาผู้แทนราษฎรมีมติอนุมัติงบประมาณปี 2561 อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงขายทำกำไรเป็นระยะ หลังไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ระดับ 1,700 จุดไปได้
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (9-13 ต.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,685 และ 1,675 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,700 และ 1,720 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 3/60 ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ รายงานการประชุมนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ดัชนีราคาผู้ผลิตและผู้บริโภค ตลอดจนยอดค้าปลีกเดือนก.ย. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ประกอบด้วย ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนเดือนส.ค. และดัชนีราคาผู้บริโภคของประเทศแถบยุโรปเดือนก.ย.

