หน้าแรก เศรษฐกิจ ธนาคารโลกห่วง...

ธนาคารโลกห่วงกีดกันแรงงานต่างด้าวกระทบจีดีพีไทยหด 0.75%

9.10.17 | 17:35 น.

นายเมาโร เทสเทอเวอร์ด นักเศรษฐศาสตร์กลุ่มงานการคุ้มครองทางสังคมและงานธนาคารโลก เปิดเผยข้อมูลจากรายงานการย้ายถิ่นฐานและโอกาส จัดทำโดยธนาคารโลก ว่าจำนวนแรงงานย้ายถิ่นในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 20 ปี (2538-2558) โดยข้อมูลจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) พบว่า แรงงานย้ายถิ่นในอาเซียน สัดส่วน 96% ของแรงงานย้ายถิ่นในอาเซียนทั้งหมด หรือกว่า 6.5 ล้านคน เดินทางเข้ายัง 3 ประเทศหลัก คือ มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย ซึ่งพบว่าแรงงานย้ายถิ่นเดินทางเข้าไทยมีสัดส่วนมากที่สุดกว่า 55% รองลงมาเป็นมาเลเซีย 22% สิงคโปร์ 19% ขณะที่ประเทศที่มีแรงงานเดินทางออกไปยังประเทศอื่นมากที่สุด ได้แก่ เมียนมา 33% ของแรงงานย้ายถิ่นในอาเซียนทั้งหมด รองลงมาเป็นอินโดนีเซีย 18% มาเลเซีย 17% สปป.ลาว 14% และกัมพูชา 12% ขณะที่แรงงานไทย เวียดนาม และสิงคโปร์ เดินทางออกไปยังประเทศอื่นในอาเซียนราว 2%

นายเมาโรกล่าวว่า แรงงานย้ายถิ่นมีผลต่อการกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจภูมิภาคอาเซียน ทำให้แรงงานจากประเทศที่มีรายได้น้อยมีโอกาสเพิ่มรายได้มากขึ้น ทั้งนี้ ประเทศที่รับแรงงานย้ายถิ่นจากประเทศอื่นลดภาวะการขาดแคลนแรงงานในประเทศได้ ส่วนประเทศส่งแรงงานสามารถใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากแรงงานที่ย้ายถิ่นไปทำงานนอกประเทศได้ ซึ่งข้อมูลปี 2558 ระบุว่า แรงงานย้ายถิ่นของอาเซียนมีเงินส่งกลับประเทศรวมกว่า 6.2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มีเปิดเสรีการย้ายถิ่นของแรงงานแต่ยังจำกัดแค่กลุ่มวิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี และวิชาชีพด้านการท่องเที่ยว คิดเป็นจำนวนเพียง 5% ของจำนวนงานในอาเซียน ส่วนแรงงานทักษะต่ำการย้ายถิ่นยังมีข้อจำกัด และส่วนใหญ่ทำงานในภาคอุตสาหกรรม เพาะปลูก และบริการในครัวเรือน เป็นต้น

“ภาพรวมการย้ายถิ่นของแรงงานในอาเซียนยังเข้มงวด มีอุปสรรคจากขั้นตอนดำเนินงานที่หลากขั้นตอน ค่าใช้จ่ายสูง มีการจำกัดจำนวนแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศ รวมทั้งนโยบายการจ้างงานที่เข้มงวด เพราะความคิดว่าแรงงานย้ายถิ่นที่หลั่งไหลเข้ามาจะเกิดผลลบกับเศรษฐกิจของประเทศที่รับแรงงานย้ายถิ่นเข้ามา แต่จากการศึกษาของธนาคารโลก หากไทยไม่มีแรงงานย้ายถิ่นในกำลังแรงงานของประเทศจะทำให้อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ของไทยลดลงไป 0.75% (ล่าสุดธนาคารโลกประเมินจีดีพีไทย ปี 2560 โต 3.5% และ 3.6% ในปี 2561)” นายเมาโรกล่าว

นายเมาโรกล่าวว่า สำหรับไทยมีแรงงานย้ายถิ่นผิดกฎหมายจํานวนมาก จึงควรเร่งให้แรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบการจ้างงานอย่างถูกกฎหมาย ลดขั้นตอนของการเข้าเมืองซึ่งปัจจุบันใช้เวลานานและมีต้นทุนสูง และทบทวนนโยบายด้านการย้ายถิ่น อาทิ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและการจัดตั้งกองทุนส่งคนกลับประเทศ ซึ่งมีอยู่แล้วตามกฎหมายแต่ไม่ได้นํามาไปปฏิบัติจริง ซึ่งทําให้ระบบบริหารจัดการการย้ายถิ่นไม่มีความน่าเชื่อถือ

 

Advertisement