พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ยอมรับว่าขณะนี้เรื่องการนำเข้าหมูจากสหรัฐอเมริกายังไม่ทราบความคืบหน้า และในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ก็ไม่ได้สอบถามความคืบหน้าการเจรจากับสหรัฐอเมริกาจากนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อย่างเป็นทางการและส่วนตัว แต่เร็วๆ นี้น่าจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวในฐานะกระทรวงเกษตรฯที่ดูแลเกษตรกรที่อาจได้รับผลกระทบจากการนำเข้าหมูจากสหหรัฐเมริกา อยากให้กระทรวงพาณิชย์คิดให้ดีๆ คิดถึงผลกระทบที่จะเกิดกับเกษตรกรบ้าง
นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรณีนำเข้าเนื้ออเมริกาหากมีการนำเข้า จะกระทบกับเกษตรกรคนเลี้ยงหมูในประเทศแน่นอน แต่ขึ้นอยู่ว่าปริมาณที่จะนำเข้าเท่าไหร่ สมมุติมีการนำเข้าคิดเป็นหมูขุนจำนวน 18 ล้านตัว ตัวละ 6,000 บาท เป็นเงิน 108,000 ล้านบาท แม่หมู 1 ล้านตัว ราคาลงทุน 1 แสนบาทต่อตัว เป็นเงิน 1 แสนล้านบาท รวม 208,000 ล้านบาท และผลกระทบต่อเศรษฐกิจมีมูลค่า 204,954 ล้านบาท ถ้ารวมสินค้าการเกษตรที่เกี่ยวเนื่องกับการเลี้ยงหมู ที่เป็นลูกโซ่น่าจะมากกว่า ผลเสียที่เกิดกับอุตสาหกรรมหมู ทั้งห่วงโซ่มากกว่าล้านล้านบาท กระทบกับเกษตรกรทุกอาชีพทั้งประเทศมากกว่า 20 ล้านคน และจะกระทบกับความมั่นคงของทั้งประเทศ
นายอภัยกล่าวว่า ทั้งนี้ หากวัดจากผลกระทบเฉพาะที่เกิดขึ้นโดยตรงในหมูยังไม่รวมลูกโซ่ที่จะเกิดกับไก่ ปลา และวัว แยกวัตถุดิบที่ใช้เป็นอาหารหมู ดังนี้คือ ปลายข้าว ราคา 12 บาท/กิโลกรัม (กก.) สำหรับเลี้ยงหมู 18 ล้านตัว มีจำนวน 1.386 ล้านตัน มูลค่า 16,632 ล้านบาท ถ้าบางฟาร์มเลี้ยงด้วยข้าวเปลือกราคา 10 บาท/กก. รวมมูลค่า 69,300 ล้านบาท ข้าวข้าวโพด ราคา 8 บาท/กก. จำนวน 1.386 ล้านตัน รวมมูลค่า 11,088 ล้านบาท รำสดหรือรำสกัดหรือกากปาล์ม ราคา 6 บาท/กก จำนวน 0.743 ล้านตัน รวมมูลค่า 4,458 ล้านบาท ถ้าคิดถึงผลปาล์ม 20% เป็นกากมูลค่า 22,290 ล้านบาท ส่วนกากถั่ว ราคา 15 บาท/กก. จำนวน 0.743 ล้านตัน รวมมูลค่า 11,130 ล้านบาท ถ้าคิดถึงเม็ดถั่ว 44,520 ล้านบาท น้ำมัน หรือปลาบ่นราคา 30 บาท/กก. จำนวน 0.1782 ล้านตัน มูลค่า 5,340 ล้านบาท แร่ธาตุหรือวิตามินหรือสารเสริม (เอนไซม์-โปรไบโอติก) ราคา 100 บาท/กก. รวม มูลค่า 118,800 ล้านบาท

