ส่งออกกันยายน บวก 12.2% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ พาณิชย์เพิ่มเป้าส่งออกโตพรวด 8%

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตัวเลขการส่งออกเดือนกันยายน 2560 มีมูลค่า 21,812 ล้านเหรียญสหรัฐ บวก 12.2% เทียบเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งมีการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ของปีนี้ และในแง่มูลค่าต่อเดือนนับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากภาวะการค้าระหว่างประเทศและความต้องการของตลาดสูงขึ้น ส่งออกได้ดีในทุกตลาดสำคัญ โดยเฉพาะตลาดซีแอลเอ็มวี จีน และญี่ปุ่น รวมถึงตลาดสำคัญที่เคยหดตัวก็กลับมาขยายตัวได้ เช่น ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกา ประกอบกับการส่งออกรายสินค้าขยายตัวต่อเนื่องเกือบทุกกลุ่ม โดยกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 ที่บวก 7.9% ตัวที่ส่งออกได้ดีทั้งปริมาณและราคา เช่น ยางพารา น้ำตาลทราย ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป และข้าว และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ที่ 12.5% ตัวที่ส่งออกได้ดี เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ รถยนต์และส่วนประกอบ ทำให้การส่งออก 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน) ของปีนี้ มีมูลค่า 175,435 ล้านเหรียญสหรัฐ บวก 9.3% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งขยายตัวสูงสุดในรอบ 6 ปี

นางอภิรดี กล่าวว่า ส่วนการนำเข้าเดือนกันยายน 2560 มีมูลค่า 18,454 ล้านเหรียญสหรัฐ บวก 9.73% เทียบเดือนเดียวกันปีก่อน เนื่องจากมีการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบเข้ามาจำนวนมาก ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นที่จะผลิตสินค้าเพิ่ม จึงคาดว่าเมื่อนำเข้ามามากจะเป็นแรงหนุนการส่งออกในระยะต่อไปและในปีหน้าด้วย ทำให้ 9 เดือนแรกของปีนี้ การนำเข้ามีมูลค่า 163,203 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้เดือนกันยายน 2560 เกินดุลการค้า 3,358 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 9 เดือนแรกของปีนี้ เกินดุลการค้า 12,231 ล้านเหรียญสหรัฐ

“เมื่อเห็นตัวเลขส่งออกของเดือนกันยายนและ 9 เดือนแรกของปีนี้ เราก็ยินดีและใจชื้นขึ้นมา และมั่นใจว่าการส่งออกทั้งปีนี้จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 8% ซึ่งมากกว่าเป้าหมายเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 7% โดย 3 เดือนที่เหลือของปีนี้จะต้องส่งออกให้ได้อย่างน้อย 19,061 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน มีปัจจัยบวกที่ทำให้เป็นตามเป้า คือ ภาวะการค้าระหว่างประเทศในช่วงปลายปีดีขึ้น ราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับมีกิจกรรมส่งเสริมการค้าหลายอย่าง ไม่ได้เจาะเฉพาะรายประเทศ แต่มีกลยุทธ์ใหม่ด้วยที่เจาะกลุ่มผู้ลงทุนในแต่ละอุตสาหกรรม เช่น โรงแรม โรงพยาบาล ทำให้เขาเห็นว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้ควรจะต้องใช้สินค้าใดบ้าง ประกอบกับมูลค่าส่งออกเดือนกันยายนปีนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงเหตุการณ์ปกติ คาดว่าจะยังคงรักษาโมเมนตัมการส่งออกให้อยู่ในระดับนี้ หรือไม่ลดลงมากนักในช่วงที่เหลือของปีนี้”นางอภิรดีกล่าว

นางอภิรดี กล่าวว่า สำหรับปัจจัยกดดันการส่งออก อย่างการแข็งค่าของเงินบาทมีแนวโน้มผ่อนคลายลงในช่วงที่เหลือของปีนี้ จึงมองว่าปัจจัยค่าเงินบาทจะไม่มีผลกระทบกับการส่งออกในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ เพราะผู้ส่งออกส่วนใหญ่ได้ตกลงทำคำสั่งซื้อและราคาสินค้ากันไปก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้วก่อนจะส่งมอบในช่วง 3 เดือนที่เหลือปีนี้ อย่างไรก็ตามต้องติดตามการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะปรับขึ้น 1 ครั้งในปลายปีนี้ ซึ่งจะทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง รวมถึงปัจจัยความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของประเทศคู่ค้าหลัก และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียด ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยง ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อธิบดีคพ.แจง ฟื้นฟูห้วยคลิตี้ ทำทุกขั้นตอนต่อเนื่อง
บทความถัดไปปรากฏการณ์ “พี่ตูน” ในสมรภูมิวิวาทะ