นายวีระกิตติ์ เอกอัครวิจิตร ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 34 เปิดเผยถึงผลการจัดงานในช่วง 4 วันที่ผ่านมาว่า ได้รับผลตอบรับดีกว่าที่คาดไว้ โดยมียอดผู้เข้างานกว่า 2 แสนคน และมียอดจองซื้อที่อยู่อาศัยภายในงานมากกว่า 4,000 ล้านบาท สูงกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา ซึ่งคาดว่าหลังจากจบงานจะมียอดขายตามมาอีก โดยที่อยู่อาศัยที่มีการจองซื้อภายในงานมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮาส์ และบ้านเดี่ยว ส่วนยอดขอสินเชื่อเกิน 10,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นเป็นการบอกให้รู้ว่าเป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ ที่รีบตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยให้ทันก่อนมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯของรัฐบาลจะหมดลงในปลายเดือนเมษายนนี้
นายวีระกิตติ์กล่าวว่า ส่วนการประมวลผลข้อมูลผู้ลงทะเบียนเข้าชมงาน “โครงการที่อยู่อาศัยที่ได้รับความสนใจจองซื้อมากที่สุดเป็นสินค้าประเภทบ้านเดี่ยว คิดเป็น 35% รองลงมาเป็นคอนโดฯ 31% ทาวน์เฮาส์ 20% ที่เหลือเป็นสินค้าประเภทบ้านแฝดและอื่นๆ ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งผู้เข้าชมงานกว่า 30% เป็นผู้ที่เคยมาเข้าชมงานในครั้งก่อน และอีกประมาณ 70% เป็นผู้เข้าชมงานมหกรรมเป็นครั้งแรก ผู้เข้าชมงานกว่า 39% อยู่ในช่วงอายุ 21-30 ปี รองลงมา 34% อยู่ในช่วงอายุ 31-40 ปี และ 14% อยู่ในช่วงอายุ 41-50 ปี ด้านรายได้ส่วนตัวต่อเดือน พบว่าส่วนใหญ่มีรายได้อยู่ระหว่างไม่เกิน 30,000 บาท 43% มีรายได้ ระหว่าง 30,000-50,000 บาท 28% และมีรายได้เกิน 50,000 บาท 10% ระยะเวลาที่ต้องการซื้อในอนาคต 1-2 ปี อยู่ที่ 19% ระยะเวลา 6-12 เดือน 18% และระยะเวลา 1-3 เดือน 14%
นายวีระกิตติ์กล่าวว่า ส่วนผลสำรวจด้านงบประมาณในการซื้อที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทระบุว่า ผู้เข้าชมงาน 34% ต้องการที่อยู่อาศัยระดับราคา 1-2 ล้านบาท อีก 30% ต้องการระดับราคา 2-3 ล้านบาท 17% ต้องการราคา 3-4 ล้านบาท และ 9% ต้องการ 4-6 ล้านบาท และมีเพียง 5% ที่สนใจที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท

