‘พาณิชย์’โวคาดส่งออกทั้งปีขยายโต 8% กำรายได้กว่า 2.3 แสนล้านเหรียญสูงสุดเป็นประวัติการณ์

24.10.17 | 15:29 น.

นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คาดว่าในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ จะส่งออกได้ไม่ต่ำกว่า 19,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน จากการค้าโลกที่ดีขึ้น เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลักเริ่มฟื้นตัว สินค้าไทยยังเป็นที่ต้องการของตลาด ขณะเดียวกันกรมฯมีกิจกรรมสำคัญผลักดันการส่งออกในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าเกษตร เครื่องจักรกลเกษตร คอนเทนต์และบันเทิง และเครื่องประดับ เช่น เชิญผู้นำเข้าจากหลายประเทศเจรจาซื้อขายข้าวในไทย วันที่ 30 ตุลาคม-2 พฤศจิกายนนี้ คาดว่าจะขายข้าวทุกชนิดได้รวม 3 หมื่นตัน แบ่งเป็นคำสั่งซื้อทันที 586 ล้านบาท และเกิดคำสั่งซื้อต่อเนื่องอีก 3 หมื่นล้านบาท ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ มีหลายกิจกรรม นำผู้ประกอบการสินค้าเกษตรและอาหารของไทยเจาะตลาดในสหรัฐ รวมถึงนำสินค้าภาพยนตร์และบันเทิงของไทย เจรจาธุรกิจในงานอเมริกัน ฟิล์ม มาร์เก็ต แอนด์ คอนเฟอร์เร็นซ์ ที่ลาสเวกัส จัดการประชุมสมาพันธ์เครื่องประดับโลกในไทย ส่วนในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงปลายปี เจาะตลาดสุขภาพและความงามในจีน และปลายปีเจาะตลาด 7 เมืองน่าสนใจในอินเดีย ทั้งกลุ่มอาหาร เกษตร และไลฟ์สไตล์ และส่งเสริมตลาดออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของกรมฯ www.thaitrade.com

“หากการส่งออกในช่วงเดือนที่เหลือของปีนี้ยังมีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง และ 3 เดือนสุดท้ายปีนี้ส่งออกได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 19,061 ล้านเหรียญสหรัฐ จะทำให้ทั้งปีนี้ส่งออกสามารถขยายตัวได้ 8% หรือมีมูลค่ารวม 232,618 ล้านเหรียญสหรัฐ จากปี 2559 มีมูลค่า 215,387 ล้านเหรียญสหรัฐ จะทำให้ในปีนี้ ไทยมีมูลค่าส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์”นางจันทิรากล่าว

นางจันทิรากล่าวว่า สำหรับเป้าหมายส่งออกปี 2561 ขณะนี้ยังไม่ได้เคาะตัวเลขออกมา แต่เตรียมหารือกับผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) และภาคเอกชนร่วมกันในกลางเดือนมกราคมปีหน้า ก่อนสรุปตัวเลข โดยคาดหวังว่าการขยายตัวส่งออกปีหน้าจะยังขยายตัวต่อเนื่อง จากปัจจัยบวก เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยเสี่ยงต้องติดตาม เช่น ความไม่แน่นอนของนโยบายสหรัฐ และผลกระทบจากที่สหราชอาณาจักรถอนตัวจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) มาตรการกีดกันการค้ารูปแบบต่างๆ นโยบายส่งเสริมการผลิตในประเทศทดแทนการนำเข้า รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และปัญหาการเมืองระหว่างประเทศและการก่อการร้าย

นางจันทิรากล่าวอีกว่า สำหรับแผนผลักดันส่งออกปีหน้า จะทำทั้งต่อยอดแผนเดิมให้ดีขึ้น และมีกลยุทธ์ใหม่ กล่าวคือ จะต่อยอดกลยุทธ์เจาะตลาดเป็นรายเมือง (ซิตี้ โฟกัส) สานต่อนโยบายความเป็นหุ้นส่วน (สตราเตจิก พาร์ทเนอร์ชิฟ) และเปิดตลาดในประเทศที่นายกรัฐมนตรีเคยไปเยือน เช่น อาเซียน รัสเซีย จีน อิหร่าน อังกฤษ และเดินหน้าให้ความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) บรรลุผลเพิ่มขึ้น รวมถึงส่งเสริมการค้าออนไลน์ ส่วนกลยุทธ์ใหม่และที่เน้นทำมากขึ้นในปีหน้า ประกอบด้วย การเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (นิช มาร์เก็ต) มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่เป็นกลุ่มสถาบัน อย่างโรงแรม ร้านอาหาร สวนสนุก ก่อสร้างและตกแต่ง ซึ่งสามารถเสนอขายสินค้าทั้งซัพพลายอุตสาหกรรมได้ ส่วนลูกค้ากลุ่มเศรษฐี แม่และเด็ก ผู้สูงอายุ สัตว์เลี้ยงก็ทำต่อเนื่องจากสองสามปีที่ผ่านมา, ส่งเสริมการส่งออกภาคบริการมากขึ้นทั้งตัวสินค้าและที่เป็นบริการ เช่น ดิจิทัลคอนเทนต์ รับจัดอีเวนต์ในต่างประเทศ กลุ่มสุขภาพ และรับบริหารโรงแรม, เจาะตลาดตามความต้องการของคู่ค้า เช่น เจาะตลาดที่กำลังพัฒนา ต้องการสินค้าพื้นฐานอุปโภคบริโภค ก่อสร้าง และเกษตร เช่น แอฟริกา ปากีสถาน บังกลาเทศ