สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา(14 มี.ค.) ดัชนีปรับเพิ่มขึ้น แม้จะได้ปัจจัยบวกจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภค แต่ผลจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง ทำให้ดัชนีปรับขึ้นไม่มาก นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มขึ้นในวันที่ 15-16 มี.ค.นี้ (ตามเวลาในท้องถิ่น)
ทำให้หลังปิดตลาด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 17,229.13 จุด บวก 15.82 จุด หรือ +0.09% ดัชนี แนสแดค ปิดที่ระดับ 4,750.28 จุด บวก 1.81 จุด หรือ +0.04% และดัชนี เอสแอนด์พี500 ปิดที่ระดับ 2,019.64 จุด ลบ 2.55 จุด หรือ -0.13%
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ที่ตลาดล่วหน้านิวยอร์กส่งมอบเดือนเม.ย.ปรับลดลง 1.32 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3.4% ปิดตลาดที่ระดับ 37.18 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากมีรายงานว่า อิหร่านวางแผนที่จะเพิ่มการผลิตน้ำมันในระดับเท่ากับช่วงก่อนถูกคว่ำบาตร ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดลอนดอน ส่งมอบเดือนเม.ย.ลดลง 86 เซนต์ หรือ 2% ปิดตลาดที่ระดับ 39.53 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาทองคำที่ตลาดล่วงหน้านิวยอร์ก(COMEX)ส่งมอบเดือนเม.ย. ปรับลดลง 14.30 ดอลลาร์ หรือ 1.1% ปิดตลาดที่ระดับ 1,245.10 ดอลลาร์/ออนซ์ ทั้งนี้นักลงทุนค่อนข้างระมัดระวังการซื้อขาย ก่อนที่จะมีการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 15-16 มี.ค.นี้

