บทสรุปของ “น้ำ” หากรับฟังจากสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน
ให้สนใจวันที่ 27 ตุลาคม
เพราะเป็นวันที่น้ำจะมีโอกาสยกขึ้นสูงเนื่องจาก “น้ำทะเล”หนุนสูงสุด
ส่งผลโดยตรงต่อพื้นที่บริเวณเจ้าพระยา”ตอนล่าง”
หากสรุปตามสำนวนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)ก็ต้องว่า
น้ำไหลหลากและน้ำเอ่อล้นตลิ่ง
จะไม่ได้มาจากอิทธิพลของ”พายุดีเปรสชั่น”เท่านั้น หากแต่มาจากอิทธิพลที่”น้ำทะเล”หนุนสูงสุดอีกด้วย
เรียกว่า”พระศุกร์เข้า” และ “พระเสาร์แทรก”
หากประเมินสถานการณ์อุทกภัยผ่านการแถลงอย่างเป็นทางการ และอย่างเป็นระบบ
ไม่ว่า 1 กรมชลประทาน
ไม่ว่า 1 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไม่ว่า 1 ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนทเทศ(จิสด้า)
ทุ่งเก็บน้ำที่เรียกว่า “แก้มลิง” จำนวน 12 แห่งเต็มแล้วทั้ง 12 ทุ่ง
นั่นก็คือ ฝั่งตะวันตกประมาณ 800 ล้านลูกบาศก์เมตร
นั่นก็คือ ฝั่งตะวันตกประมาณ 500 ล้านลูกบาศก์เมตร
“ตอนนี้แก้มลิงเต็มแล้วมีปริมาณมากกว่าร้อยละ 95 ของความจุของแก้มลิงทั้งหมดที่รับได้”
บทสรุปนี้เน้นย้ำโดย”กรมชลประทาน”
สถานการณ์อันน่าเป็นห่วงก็คือ ด้าน 1 ปริมาณน้ำที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์กักเก็บไว้มีอยู่ 1,300 ล้านลูกบาศก์เมตร
มากกว่าความจุของเขื่อนที่มี 756 ล้านลูกบาศก์เมตร
ขณะเดียวกัน ด้าน 1 ปริมาณน้ำที่กักเก็บไว้ในแก้มลิง 12 แห่ง 1,300 ล้านลูกบาศก์เมตร เต็มเปี่ยมแล้วมีความจำเป็นต้องระบายออก
ขณะที่ด้าน 1 น้ำทะเลจะหนุนสูงสุดในวันที่ 27 ตุลาคมอีก เพียง 1 วัน
นี่คือ “สัญญาณ”อันส่งมายัง”กทม.”

