ที่โรงแรมคอนราด นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ได้มอบนโยบายแก่หัวหน้าสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) 65 แห่งทั่วโลก โดยกล่าวยืนยันว่า ไม่ลดเป้าส่งออกที่กำหนดไว้ 5% ในปีนี้ แม้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวหนัก แต่อยากให้ทำให้เต็มที่ โดยให้แต่ละสำนักงานในประเทศเป้าหมาย เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา อาเซียน และตลาดกัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) เพิ่มการว่าจ้างบุคลากรท้องถิ่น ทั้งที่ปรึกษา และ local staff เพิ่ม เพื่อเจาะตลาดเชิงลึก หรือ Deep Penetration เพราะยิ่งเศรษฐกิจไม่ดียิ่งต้องเพิ่มคน การลดค่าใช้จ่ายจะยิ่งเสียหายหนัก โดยเฉพาะอาเซียน และซีแอลเอ็มวีต้องปรับตั้งแต่วิธีคิดให้มองอาเซียนและซีแอลเอ็มวีเป็นส่วนหนึ่งของตลาดในประเทศ ขอให้ไปรวบรวมข้อมูลมาว่าส่วนไหนต้องเพิ่มคน หรือจะเกลี่ยคนอย่างไร แล้วจัดงบประมาณเข้าไปสนับสนุน
นายสมคิด กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่จะปิดสำนักงานทูตพาณิชย์กรุงโรม ประเทศอิตาลี อย่างไรก็ตาม จะไม่แทรกแซงการทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แต่มองว่ากรุงโรมเป็นเมืองแห่งดีไซน์และแฟชั่น ควรจะมีเจ้าหน้าที่ประจำเพื่อเจาะตลาดเชิงลึกในเรื่องแฟชั่นได้ “เมื่อเศรษฐกิจดีเราจะเสียโอกาสถ้ามัวแต่ประหยัด ขณะเดียวกันก็ต้องปลุกการค้าชายแดน เพราะขนาดยังไม่ได้ทำอะไรมูลค่าการค้าชายแดนยังอยู่ในระดับแสนล้านบาท เศรษฐกิจโตปีละ 7%” รองนายกฯกล่าว
นายสมคิด ยังขอให้ทูตพาณิชย์ช่วยกันปลุกการค้าขายผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีคอมเมิร์ช) ให้รายย่อยได้เกิดภายใน 3 เดือน โดยมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ทำงานร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยและวิสาหกิจชุมชนเปิดตลาดสู่อีคอมเมิร์ชให้มีความคึกคัก เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Alibaba และ Amazon มุ่งเน้นที่สินค้าเกษตรและอาหารเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชุน เพราะแม้เศรษฐกิจโลกจะไม่ดีแต่ตลาดก็ยังต้องบริโภคอาหาร และประเทศไทยจะเติบโตลำบากหากเศรษฐกิจฐานรากยังไม่เข้มแข็ง
“ภายในประเทศเราก็จะมีประชารัฐ แต่ในต่างประเทศเราจะชู Thailand Best เป็นหัวหอกสำคัญ อีคอมเมิอร์ชจะเป็นหัวใจหลัก ให้เอสเอ็มอีไทยได้รู้จักสิ่งนี้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมผลักดันให้เอสเอ็มอีเกิดการตื่นตัว ทำให้อีคอมเมิร์ชเกิดขึ้นจริง ผมอยากเห็นเป็นรูปธรรมใน 3 เดือน พร้อมกับจัดทำโครงการเกษตรไทยสู่โลก สั่งให้กระทรวงพาณิชย์ทำการเชื่อมโยงตลาดโดยตรงจากแหล่งผลิตไปขายต่างประเทศ ไม่ผ่านตัวกลาง เพราะในต่างประเทศมักจะเป็นชาติอื่นที่เป็นเจ้าของธุรกิจ ควรมีการผลักดันให้เกิดเอาท์เล็ท(ร้านค้า)ของไทยในต่างแดน” นายสมคิดกล่าว
ผู้สืี่อข่าวรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและเป้าหมายการส่งออก ระบุว่า การส่งออกปี 2558 ติดลบ5.5% สำหรับเป้าส่งออกปี 2559 ตั้งไว้ บวก5%นั้น ต้องส่งออกเป็นมูลค่าเฉลี่ยต่อเดือนที่ 18,810 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักเดิม อาทิ สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น ยังอยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ประกอบกับยังมีความผันผวนเรื่องราคาน้ำมัน ค่าเงินบาท และความขัดแย้งทางการเมืองของโลก อาจเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกได้

