นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยผลสำรวจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ใน 29 กลุ่มอุตสาหกรรม จำนวน 437 ราย เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยและผลประกอบการไตรมาส1/2559และแนวโน้มไตรมาส2/2559 ระหว่างวันที่ 7-11 มีนาคม 2559 พบว่า ผู้ประกอบการ 51.9% เห็นว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกปี2559 แย่ลงถึงแย่มาก จากไตรมาส 4/2558 อีก 36.4% เห็นว่าเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน และ 11.7% เห็นว่าเศรษฐกิจดีขึ้น แต่คาดหวังเศรษฐกิจไทยดีขึ้นในไตรมาส 2 โดยส่วนใหญ่ 46.4% เห็นว่าเศรษฐกิจไตรมาส 2 จะใกล้เคียงไตรมาสแรก อีก 30.9% ยังมองเศรษฐกิจแย่ลง และ 11% มองว่าดีขึ้น จึงทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยของเอสเอ็มอีไตรมาส 2/2559 ติดลบลดลงเหลือ 6.3% จากไตรมาสแรกติดลบ 24.9%
นายเกียรติอนันต์ กล่าวว่า เมื่อสอบถามถึงรายได้ของผู้ประกอบการเมื่อเทียบกับที่คาดหวังไว้ พบว่า เอสเอ็มอีเพียง 9.2% รายได้ดีกว่าคาดไว้ และ เฉลี่ยรายได้เพิ่มขึ้น 18.4% เพราะตลาดธุรกิจนั้นเติบโต ขณะที่ 57.8% รายได้ต่ำกว่าคาดหวัง และเฉลี่ยรายได้ลดลง 28.9% เพราะเศรษฐกิจและกำลังซื้อลดลง และอีก 23.5% ระบุว่ารายได้ใกล้เคียงปีก่อน ส่วนอีก 9.5% ระบุว่าไม่แน่ใจ สำหรับแนวทางการทำธุรกิจที่ผู้ประกอบการจะใช้ในไตรมาส 2/2559 เรื่องแรกคือลดต้นทุนในการทำธุรกิจ รองลงมาคือใช้สื่อออนไลน์ในการทำตลาด ส่งเสริมการตลาดเชิงรุก และเน้นแก้ปัญหาสภาพคล่อง ทั้งนี้ เอสเอ็มอี ระบุถึงปัจจัยกระทบต่อการทำธุรกิจช่วงครึ่งปีแรก อันดับแรกคือปัญหาเศรษฐกิจซบเซา และภัยแล้งกระทบต่อรายได้และกำลังซื้อรากหญ้าหายไป ตามด้วยเอสเอ็มอีต่างชาติโดยเฉพาะในอาเซียนเข้ามาแข่งขันมากขึ้น และต้นทุนค่าแรงไทยสูงขึ้น เพราะปัญหาขาดแคลนแรงงานคุณภาพ รวมถึงเศรษฐกิจโลกกระทบต่อการส่งออก
“ผลสำรวจสะท้อนเอสเอ็มอียังไหวอยู่ แต่เป็นการประคองตัว เพราะยังไม่เห็นสัญญาณเลิกกิจการและอัตราว่างงานสูงขึ้น แต่เห็นสัญญาณการขยายตัวของธุรกิจเอสเอ็มอีต่ำลง คาดจีดีพีเอสเอ็มอีไตรมาสแรกขยายตัวแค่ 0.8% และขยับเป็น 2% ในไตรมาส 2 และดีขึ้นครึ่งปีหลัง ทั้งปีน่าจะขยายตัวเพียง 2.6% ต่ำกว่าจีดีพีประเทศที่คาดว่าขยายตัว 2.75% ที่น่าวิตก คือ พบว่าเอสเอ็มอีขณะนี้มีเงินหมุนเวียนลดลงจาก 45-60 วัน เหลือ 15-30 วัน เท่านั้น รัฐต้องเร่งเข้ามาดูแลจัดสรรเงินกู้ให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งกู้ได้มากขึ้น ” นายเกียรติอนันต์ กล่าว

