นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กรณีที่เปิดรับฟังความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของสถาบันการเงิน พ.ศ. ….ทางเว็บไซต์ www.fpo.go.th ระหว่างวันที่ 24 ตุลาคม ถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 นั้นเป็นขั้นตอนหนึ่งในการออกกฎหมาย หลังจากรับฟังความคิดเห็น สศค.นำความเห็นมาปรับปรุงและแก้ไขกฎหมาย คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาภายในเดือนธันวาคม หลังจากนั้นเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป กว่าจะออกเป็นกฎหมายยังต้องผ่านอีกหลายขั้นตอน สศค.คาดหวังว่ากฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ในช่วงปี 2561
นายสุวิชญกล่าวว่า เจตนาของการร่างกฎหมายไม่ได้ต้องการนำเงินของประชาชนมาเป็นเงินของรัฐ และไม่ได้ต้องการนำเงินไปใช้ แต่ต้องการนำเงินดังกล่าวมาดูแลแทนประชาชนและธนาคาร เพราะธนาคารมีภาระในการดูเงินฝากดังกล่าว โดยเฉพาะการต้องนำส่งเงินในอัตรา 0.47% ของเงินฝากเข้าสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองในอัตรา 0.01% และอีก 0.46% นำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินหรือเอฟไอดีเอฟ ส่วนประชาชนสามารถขอคืนเงินดังกล่าวได้ตลอดเวลา
นายสุวิชญกล่าวว่า แม้กฎหมายไม่ระบุถึงการที่รัฐได้เงินดังกล่าวทันที หากไม่มีการมาไถ่ถอนจากผู้มีสิทธิ หรือทายาท แต่ในอนาคตสามารถปรับแก้ไขกฎหมายให้นำเงินไปใช้ในสาธารณประโยชน์ได้ เช่นเดียวกับเงื่อนไขของการไม่ไถ่ถอนพันธบัตรรัฐบาลเกิน 10 ปี ให้เงินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน สำหรับเงินฝากที่จะโอนมายังกระทรวงการคลังนั้นต้องเป็นเงินฝากที่มีเงินในบัญชีเกิน 2,000 บาท และไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน 10 ปี ซึ่งปัจจุบันมีอยู่กว่า 10,000 ล้านบาท หากเงินฝากน้อยกว่า 2,000 บาท จะถูกธนาคารคิดค่ารักษาบัญชีไปจนเกือบหมด

