Uber – Grab – ATT รถค่ายไหนน่าใช้บริการ

 

อาจจะเพราะดวงไม่ดีแต่ประสบการณ์การโบกแท็กซี่ในกรุงเทพฯ ของซู่ชิงนั้นส่วนใหญ่แล้วมันไม่ราบรื่นเอาเสียเลย

ไม่ว่าจะเป็นการต้องนั่งลุ้นอย่างหวาดเสียวไปกับสปีดของแท็กซี่ตีนผีที่เหยียบมิดจนรถแทบลอย ทั้งที่บอกแล้วว่า “พี่ หนูไม่รีบ” สภาพรถบุโรทั่งชนิดที่นั่งเฉยๆ ก็เจ็บระบมไปทุกการกระแทกพื้นถนน กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่ยากแก่การระบุว่าอะไรเน่าตาย

และที่สำคัญที่สุดคือ มารยาทและการปฏิบัติต่อผู้โดยสาร

แน่นอนว่าซู่ชิงจะต้องย้ำไว้ตรงนี้ว่าไม่ใช่คนขับแท็กซี่ทุกคนที่มีทัศนคติที่ไม่ดีต่องานบริการ เพราะก็คงมีคนจำนวนมากที่แฮปปี้กับแท็กซี่ที่ตัวเองขึ้น

และมีคนขับแท็กซี่อีกไม่น้อยที่ตั้งใจทำงานของตัวเองอย่างดีที่สุด

ซึ่งซู่ชิงขอแสดงความเคารพนับถือจากใจจริงค่ะ

ความที่ไม่อยากต้องคอยลุ้นทุกครั้งที่จะขึ้นแท็กซี่ และอยากได้การควบคุมบางอย่างมาอยู่ในมือบ้าง ทำให้ซู่ชิงหันไปพึ่งบริการเรียกรถออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่น

หากไม่จำเป็นหรืออยู่ในภาวะรีบแบบสุดๆ นี่จะเป็นวิธีการเดินทางอันดับหนึ่งของซู่ชิงค่ะ

บริการที่จะพูดถึงวันนี้ไม่ได้ใหม่เอี่ยม แต่จะเป็นการสะท้อนประสบการณ์ส่วนตัวของตัวเองหลังจากใช้งานมาแล้วสักระยะ

สั้นๆ สักหนึ่งย่อหน้านะคะ บริการเหล่านี้คือแทนที่เราจะไปยืนข้างถนนแล้วโบกรถเอาเองตามมีตามเกิด ผู้โดยสารอย่างเราสามารถเลือกที่จะดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเรียกรถมาติดตั้งไว้ในสมาร์ตโฟนแล้วกรอกประวัติส่วนตัวของเราเข้าไป (ในบางกรณีอาจจะผูกบัตรเครดิตของเราเอาไว้เพื่อจะได้ไม่ต้องควักเงินสดจ่าย) เมื่อไหร่ที่ต้องการจะเดินทางไปไหนมาไหนในกรุงเทพฯ เราก็กดเรียกรถผ่านแอพพลิเคชั่น คนขับรถของแต่ละสังกัดที่อยู่ใกล้กับพิกัดของเรามากที่สุดก็จะ “รับงาน” ของเรา เขาจะโทรศัพท์มายืนยันถามไถ่ตำแหน่งแน่นอนของเราว่าอยู่ตรงไหน จากนั้นก็มารับเราถึงที่เพื่อนำไปส่งยังจุดหมายปลายทางที่เราได้ระบุไว้ตอนเรียกรถ

เอาล่ะค่ะ มาถึงประสบการณ์การใช้บริการแต่ละอย่างกันบ้าง

เริ่มจาก Uber บริษัทสัญชาติอเมริกันที่มาเริ่มให้บริการในไทยได้พักใหญ่แล้ว

บริการของ Uber แบ่งออกเป็น 3 อย่าง

คือ UberMOTO ที่ให้บริการเรียกรถมอเตอร์ไซค์ UberX บริการเรียกรถแบบธรรมดา และ UberBLACK บริการเรียกรถระดับพรีเมียม

จุดเด่นของ Uber คือระบบที่เคร่งครัดและเป็นธรรมกับทั้งฝ่ายคนขับและผู้โดยสาร สามารถให้คะแนนกันและกันได้ การเรียกรถแล้วกดยกเลิกหลังจากผ่านไปเกิน 5 นาทีอาจนำมาซึ่งค่าปรับที่ผู้เรียกรถจะต้องจ่าย (ซึ่งในทางกลับกันนี่อาจเป็นสิ่งที่ผู้โดยสารไม่ปลื้ม) จากประสบการณ์คือรถยนต์ที่นำมารับนั้นสะอาดเอี่ยม บริการดีเยี่ยมแบบไม่เคยผิดหวัง

ส่วนสิ่งที่ยังต้องปรับปรุงก็คือปริมาณของรถที่ไม่มากนัก ใจกลางเมืองย่านที่คนพลุกพล่านจะไม่เจอปัญหานี้สักเท่าไหร่ แต่หากออกมาแค่นิดเดียวแผนที่แสดงตำแหน่งรถนั้นจะว่างโล่งจนน่าใจหาย และในชั่วโมงเร่งด่วนที่รถหายาก อัตราค่าโดยสารจะถูกคูณเพิ่มเข้าไปโดยจะแจ้งให้ผู้โดยสารทราบก่อนจะกดเรียก ไม่เหมือนรายอื่นๆ ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าโดยสารแม้จะอยู่ในช่วงที่รถขาดแคลน หลายๆ อย่างประกอบกันทำให้ช่วงหลังๆ มานี้ซู่ชิงไม่ค่อยได้กดเรียก Uber สักเท่าไหร่ เว้นแต่จะอยู่ในมู้ดที่อยากได้อะไรที่พรีเมียมไปเลย

ซึ่งก็นำมาสู่บริการที่สอง Grab

ชื่อเดิมคือ GrabTaxi มีต้นกำเนิดอยู่ในมาเลเซียและขยายไปหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้น โมเดลของการให้บริการของ Grab จะค่อนข้างเข้าใจธรรมชาติของการโดยสารรถของคนในภูมิภาคนี้มากกว่า

ในตอนแรกเริ่มที่ทดลองใช้บริการ ซู่ชิงเลือก GrabCar ที่เป็นรถยนต์ส่วนตัว (ต้องให้ข้อมูลไว้ว่า GrabCar และ UberX นั้นมีแนวโน้มที่คนขับจะเป็นคนธรรมดาทั่วไปที่อยากหารายได้เสริมและไม่มีใบขับขี่รถสาธารณะ) แต่เมื่อเรียกไปหลายๆ ครั้งเข้ากลับรู้สึกไม่ค่อยประทับใจกับสภาพรถที่ขึ้นๆ ลงๆ จึงหันมากดเรียกแท็กซี่แทน

รถแท็กซี่ในบริการของ Grab ก็คือแท็กซี่ทั่วไปที่เราโบกได้ตามท้องถนนนี่แหละค่ะ แต่สำหรับซู่ชิงแล้วประสบการณ์การเรียก GrabTaxi นั้น ดีงาม 100% ทุกคนพูดจาดี ทัศนคติเยี่ยม ให้บริการเต็มที่ และสภาพรถได้มาตรฐาน จนแทบจะเขย่าตัวคนขับแล้วถามว่า “พวกพี่ไปอยู่ที่ไหนกันมาตลอดชีวิตหนู” (บีบน้ำตา)

สาเหตุที่คนขับแท็กซี่ดีขึ้นผิดหูผิดตากว่าการโบกเรียกเองนั้นซู่ชิงเชื่อว่าอย่างแรกเลยก็คือ การจะยอมละทิ้งรูปแบบเดิมๆ เปิดรับสิ่งใหม่อย่างการใช้สมาร์ตดีไวซ์มาร่วมในการติดต่อผู้โดยสาร และการยอมนำตัวเองเข้าสู่ระบบนั้นน่าจะหมายถึงทัศนคติที่เปิดกว้างและยืดหยุ่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ในขณะที่ระบบของ Grab ที่มีทั้งการประเมิน การจูงใจด้วยของขวัญและสิ่งตอบแทนให้แก่คนขับก็เป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนอยากทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด

ส่วนปัญหาที่เจออยู่บ้างก็คือการที่คนขับสามารถปฏิเสธไม่รับงานได้ทั้งที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงและแอพก็แจ้งแล้วว่ามีคนขับที่สามารถรับงานได้ (แต่ไม่กดรับงาน)

ซู่ชิงสังเกตว่าหากใส่รหัสส่วนลดเข้าไปจะเรียกรถได้ยากกว่า เคยมีคนขับที่เล่าให้ฟังว่าการใช้คูปองส่วนลดนั้นลูกค้าจ่ายน้อยลง แต่แทนที่คนขับจะได้เงินชดเชยทันทีกลับต้องรอไปรับทีเดียว คล้ายๆ กับการ “ออกเงินไปก่อน” นั่นเอง

ปิดท้ายที่ All Thai Taxi บริการของนครชัยแอร์ซึ่งพัฒนามาตรฐานแท็กซี่ไทยให้ไปไกลมากๆ

ข้อดีของบริการนี้คือการใช้รถพรีเมียมอย่าง Toyota Prius สีเหลืองสดใสเหมือนกันทุกคัน ทำให้ดูปุ๊บรู้ปั๊บทันทีว่าสังกัดไหน รถทุกคันจำกัดความเร็ว ติดตั้งกล้องวงจรปิดข้างในตัวรถเพื่อความปลอดภัยของทั้งคนขับและผู้โดยสาร ที่สามารถเรียกดูย้อนหลังได้ ไม่ปฏิเสธผู้โดยสารไม่ว่าจะเป็นจากการโบกหรือเรียกผ่านแอพ และให้ความมั่นใจในด้านรายได้ให้กับคนขับตรงที่คนขับทุกคนเป็นพนักงานที่กินเงินเดือนอย่างมั่นคง

ซู่ชิงเคยทั้งโบกรถและใช้แอพเรียกรถของ All Thai Taxi มาแล้ว และทุกครั้งก็น่ารื่นรมย์ทั้งหมด

สิ่งที่ควรปรับปรุงได้สำหรับ All Thai Taxi คือยูสเซอร์อินเทอร์เฟซ

หรือหน้าตาของแอพพลิเคชั่นยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบพร้อมใช้เท่ากับแอพของคู่แข่งรายอื่นๆ ทำให้ขลุกขลักนิดหน่อยในตอนใช้ครั้งแรกๆ และเนื่องจากรถที่ไม่ได้เอาต์ซอร์สมาจากที่ไหนทำให้มีปริมาณน้อยกว่าบริการอื่นและน่าจะเพิ่มขึ้นได้ในอัตราที่ช้ากว่า

แต่ทุกวันนี้ก็เริ่มเห็นรถสีเหลืองสะดุดตาของค่ายนี้วิ่งไปวิ่งมาบนถนนมากขึ้นแล้วนะคะ

สิ่งที่ซู่ชิงอยากจะบอกมีอยู่ 2 อย่างค่ะ

อย่างแรกก็คือ ในฐานะผู้โดยสารเราไม่ได้คาดหวังให้คนขับรถทุกคนจะต้องดีเลิศเลอ คุ้นเคยกับเส้นทางทุกตรอกซอกมุมของกรุงเทพฯ หรือเป็นคนที่มีพื้นฐานจิตใจดีงามตั้งแต่กำเนิด

แต่สิ่งที่เราต้องการคือการมีระบบที่แน่นอนที่เรารู้ว่าเราคาดหวังอะไรได้ มีเทคโนโลยีที่ช่วยเติมเต็มสิ่งที่ไม่รู้อย่างการใช้จีพีเอสช่วยนำทาง และเมื่อระบบมีความแข็งแรงเพียงพอแล้ว คนที่อยู่ในระบบก็จะได้มาตรฐานไปด้วยเป็นเงาตามตัว

อีกอย่างก็คือ บทความนี้ไม่ได้จะบอกให้คนขับแท็กซี่ทุกคนต้องไปเข้าระบบนะคะ

ซู่ชิงต้องการชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้วและมันจะไม่หายไปไหน ต่อไปนี้นี่จะเป็นความคาดหวังและมาตรฐานที่ผู้โดยสารจะรับได้ เราจะไม่ยอมรับอะไรที่ด้อยไปกว่านี้

ดังนั้น การแข่งขันที่รุนแรงก็จะต้องนำมาซึ่งการยอมปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงเพื่อความอยู่รอด

เช่นเดียวกับอีกหลายวิชาชีพที่ต้องมีการปรับตัวเมื่อเทคโนโลยีเดินทางมาถึงนั่นเอง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon