‘คลัง’ มั่นใจออกไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์Q1 หวังลงทุนรัฐพระเอกดันเศรษฐกิจปี’61

3.11.17 | 12:16 น.

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประกาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ไทยจำเป็นต้องมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และมีผลพลอยได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งแหล่งเงินทุนถ้าจากงบประมาณก็มีความจำกัด ขณะที่หากใช้การกู้เงินของรัฐบาลก็มีเพดานหนี้สาธารณะกำหนดไว้ ดังนั้นจึงมีการระดมทุนจากนักลงทุน โดยความคืบหน้าการจัดตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ โครงการนำร่อง คือ ทางด่วนพิเศษสาย พระราม 3- ดาวคะนอง และทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 เส้นถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตร-นวมินทร์) มูลค่ารวม 4.4 หมื่นล้านบาท ทางการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ เสนอการกำหนดส่วนแบ่งผลตอบแทน (อาร์ทีเอ) ให้อัยการพิจารณา และคาดว่าจะยื่นทำคำเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟล์ลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในช่วงปลายปี 2560 นี้ และจะขายหน่วยการลงทุนได้ในพายในไตรมาสแรก 2561 เพื่อให้ทันกับการใช้เงินลงทุนและเริ่มการก่อสร้างในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ส่วนผลตอบแทนกองทุนจะเป็นเท่าไร ยังอยู่ระหว่างการประเมินของนักลงทุน

“ขณะนี้ความเชื่อมั่นนักลงทุนดีขึ้น สะท้อนจากตลาดหุ้นที่ทะลุ 1,700 จุด รวมทั้งเศรษฐกิจไทยปรับดีขึ้นต่อเนื่อง โดยไตรมาส 2 ขยายตัว 3.7% การส่งออกโตดีตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก มีการเร่งการลงทุนด้วยพีพีพีพาสต์แทร็คไปแล้ว 5 โครงการ กว่า 3 แสนล้านบาท และในปีหน้าจะเร่งรัดอีก 6 โครงการ ขณะเดียวกันการจัดอันดับความยากง่ายในการปะกอบของธนาคารโลกไทยขยับขึ้น 20 อันดับ ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในไทยด้วย เหล่านี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทย” นายเอกนิติ กล่าว

นายสมประวิณ มันประเสริฐ ผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ(จีดีพี) ไทย ปี 2560 ขึ้นเป็นรอบที่สอง คาดว่าจะอยู่ที่ราว 3.8% จากเดิมที่คาดขยายตัว 3.3% และปรับขึ้นมาเป็น 3.6% ก่อนหน้านี้ ด้านการส่งออกประเมินไว้ที่ 6.5% แต่ตัวเลขจริงที่ออกมาขยายตัวสูงกว่านี้แล้ว ดังนั้นมีโอกาสที่จีดีพีปีนี้จะขยายตัวได้ถึง 4%

ขณะที่ปี 2561 คาดว่าจีดีพีจะขยายตัว 3.7-3.8% และการส่งออกขยายตัว 4.5% โดยแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะมีพระเอกคือ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่ได้มีการประมูลแล้วและกำลังทยอยเบิกจ่าย และมีแรงหนุนต่อเนื่องจากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวดี รวมทั้งเริ่มเห็นสัญญาณภาคการผลิตที่เกี่ยวข้องกำลังส่งออกใช้กำลังการผลิตมากขึ้น ทำให้เกิดการลงทุนตามมาและมีการจ้างงานมากขึ้น ซึ่งจากการที่ธนาคารโลกได้รายงานอันดับความยาก-ง่าย ในการประกอบธุรกิจไทยดีขึ้นอยู่ลำดับที่ 26 จากเดิม 46 ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นที่จะเข้ามาลงทุนเพราะการลงทุนมีความสะดวกขึ้น ด้านความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยไม่กังวลปัจจัยในประเทศและการเมืองในประเทศ แต่กังวลปัญหาความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลต่อภาคการส่งออกของไทยได้